[ ดูREVIEWทั้งหมด ]

 

 

Midnight Cowboy (1969)

(บรรยายไทย)

 

 

 

(บทความนี้ตัดมาจาก http://www.oknation.net/blog/print.php?id=126156)
Midnight Cowboy เมื่อคาวบอยตกอับ และ หลงกรุง

         ฉันเคยได้ยินชื่อหนังเรื่องนี้มานานมาก และหลายครั้งหลายครามีคนเอ่ยชื่นชมถึงความเยี่ยมยอดของหนังเรื่องนี้ ตัวฉันเองอาจเคยอ่านเรื่องราวเกี่ยวกับหนังเรื่องนี้นานมาแล้วจากคอลัมน์วิจารณ์หนังในนิตยสารเล่มใดสักเล่ม แต่ความทรงจำเกี่ยวกับเนื้อหาหรือประเด็นที่มีการพูดถึงหนังเรื่องนี้นับว่าลางเลือนเต็มที

         หลังจากได้ดูหนังเรื่องนี้จบ ฉันได้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า หนังเรื่องนี้ออกฉายตั้งแต่ตัวฉันยังไม่ก่อตัวเป็นวุ้นเลยด้วยซ้ำไป ออกฉายครั้งแรกในปี 1969 ตัวหนังกำกับโดย John Schlesinger (ผลงานของผู้กำกับท่านนี้ เท่าที่พอจะคุ้นหูคุ้นตาฉัน เป็นหนังในทศวรรษ 90 คือ The Next Best Thing ที่มี Madona นำแสดง และ Pacific Height นำแสดงโดย Melanie Griffith กับ Michael Keaton) สร้างมาจากวรรณกรรมอมตะของโลกในชื่อเดียวกัน ซึ่งเขียนโดย James Leo Herlihy ในปี 1965  สำหรับในความคิดของฉัน ตัวหนังโดยภาพรวมก็ยังคงทันสมัยอยู่ทั้งเนื้อหา งานสร้างและการถ่ายทำ

        ตัวเอกของเรื่อง 2 คนนำแสดงโดย Dustin Hoffman พระเอกร่างเล็กที่กำลังเป็นดาวรุ่งพุ่งแรงของวงการฮอลีวู้ดในช่วงเวลานั้น รับบท Ratso ชายขาพิการอาศัยอยู่ในห้องเช่าโทรม ๆ ในซอกหลืบเล็ก ๆ ของมหานครนิวยอร์ค ยังชีพด้วยการลักเล็กขโมยน้อยและหลอกชาวบ้านกินไปวัน ๆ
ฉันยอมรับเลยว่าฝีมือการแสดงของ Dustin Hoffman ชนะเลิศมาตั้งแต่หนุ่ม ๆ ทั้งสายตาและกิริยาท่าทางต่าง ๆ ทำให้เราเชื่อได้ว่าเขาคือตัวละครตัวนั้นจริง ๆ โดยเฉพาะเวลาดัดเสียงแบน ๆ เหมือนคนถูกบีบจมูกเวลาพูดในหนังเรื่องนี้ และตัวเอกสำคัญของเรื่องอีกคน ก็คือ Joe Buck พ่อหนุ่มคาวบอยสุดหล่อจากดินแดนเท็กซัส รับบทโดย Jon Voight นักแสดงหน้าใหม่เอี่ยมอ่องในตอนนั้น (ซึ่งหนังเรื่องถัด ๆ มาของ Jon Voight ที่ฉันรู้จักคือ The Champion หนังเรื่องแรกที่ทำให้เด็กตัวกระเปี๊ยกอย่างฉันร้องไห้ได้และต่อมาไม่นานก็มีหนังไทยเรื่องหนึ่งออกฉาย มีเนื้อเรื่องเหมือนกันแทบจะถอดเบ้าพิมพ์ออกมาจาก The Champion กำกับและนำแสดงโดย พิศาล อัครเศรณี ผู้กำกับจอมซาดิสม์เจ้าประจำ)

         Joe Buck ผู้ชอบแต่งตัวเป็นคาวบอย (เพราะย่าของเขาบอกว่าเขาเป็นคาวบอยที่หล่อที่สุดของเมือง) ทิ้งอาชีพเดิม คือ พนักงานล้างจานในร้านอาหารแห่งหนึ่งของเท็กซัส ออกเดินทางด้วยเงินเพียงน้อยนิด พร้อมวิทยุทรานซิสเตอร์คู่กาย (และใจ เสมือนเป็นเครื่องเสริมกำลังใจ ให้เขาไล่ตามความฝัน) ที่เช่ามาจากร้านค้าแห่งหนึ่ง เขาเดินทางไปกับรถประจำทาง เพื่อมุ่งหน้าไปสู่ “มหานครนิวยอร์ค” เมืองแห่งความหวัง ความร่ำรวย เมืองที่ Joe Buck คิดจะไปขุดทองเอาดาบหน้า ด้วยการขายบริการทางเพศให้กับบรรดาเศรษฐีนีทั้งหลายในนิวยอร์ค

         Joe Buck คนใสซื่อ คิดว่านี่เป็นหนทางแห่งความมั่งคั่งที่ไม่น่าจะยากลำบากนัก เมื่อได้เจอกับความจริง มันกลับไม่ง่ายอย่างที่คิด ไม่มีใครสนใจในรูปร่างหน้าตาอันแสนจะดึงดูดใจสาวน้อยสาวใหญ่ของหนุ่มคาวบอยคนนี้เท่าไหร่นัก (เป็นคาวบอยหลงยุคไปเสียอย่างนั้น) และกลับกลายเป็นว่า ตัวเขามีแต่จะถูกเอารัดเอาเปรียบเสียมากกว่าไม่เว้นแม้แต่ Ratso เพื่อนคนแรกและคนเดียวที่เขาเจอในไนท์คลับแห่งหนึ่งของนิวยอร์ก Ratso บอกเขาว่าจะเป็นผู้จัดการหรือนายหน้าหาผู้หญิงฐานะดีมาให้เขาได้ขายบริการทางเพศ แต่ในที่สุด Joe Buck ก็มารู้ความจริงภายหลังว่า Ratso ก็แค่พวกสิบแปดมงกุฎหลอกชาวบ้านกินไปวัน ๆ เท่านั้นเอง

          สถานการณ์หลายอย่างดำเนินไป ทำให้ Joe Buck ต้องตกอับอยู่ในนิวยอร์กอย่างโดดเดี่ยว จนชักนำให้เขาไปเจอกับ Ratso จอมแสบอีกครั้ง การเจอกันอีกในคราวนี้ Ratso เอง ก็หาได้เป็นคนใจไม้ไส้ระกำแต่อย่างใด เขาได้ช่วยเหลือให้ที่พักพิงแก่ Joe Buck เป็นที่ซุกหัวนอนในห้องเช่าอันแสนทรุดโทรม รวมถึงอาหารประทังชีวิตที่มีให้กินตามมีตามเกิด อาหารที่ Ratso ขโมยมาจากร้านค้าย่านที่พักพิงของเขาอีกที

          ระยะเวลาสั้น ๆ ท่ามกลางมหานครแห่งความมั่งคั่ง แต่กลับเต็มไปด้วยผู้คนที่ล้วนตก อยู่ในภาวะเปล่าเปลี่ยวเดี่ยวดาย ถ้าไม่เป็นทางกายก็เป็นทางจิตใจ ชายสองคน หนึ่งคนเป็นคาวบอยใสซื่อจากชนบท อีกหนึ่งคนเป็นชายขาเป๋กำมะลอ มีโอกาสได้ร่วมทุกร่วมสุขพิสูจน์จิตใจแลกเปลี่ยนความฝันกันในยามยากไร้ ทำให้เกิดสายสัมพันธ์ฉันท์มิตร (หรือเปล่า ? ถ้าเรื่องนี้ออกฉายในยุคสมัยนี้
อาจถูกคนดูหลายคนจัดให้อยู่ในหนังประเภทเดียวกับ Brokeback Mountain หรือ “เพื่อน.. กูรักมึงหวะ”) ได้อย่างไม่ต้องสงสัย จนด้วยกันอดด้วยกัน อิ่มด้วยกัน ไปไหนไปกัน

         ตัวฉันเองไม่รู้ (และไม่สนด้วย) หรอกว่าคนดูคนอื่น หรือนักวิจารณ์หนังทั้งหลายชื่นชอบหนังเรื่องนี้ด้วยเหตุผลอะไร มีวาระอะไรแฝงเร้นในเชิงสัญลักษณ์ ที่ต้องตีความมากน้อยแค่ไหน หรืออย่างไร เพราะฉันยอมรับว่าตัวเองไร้ความสามารถในการดูเพื่อ (พยายาม) ตีความเป็นอย่างยิ่ง ฉันก็เป็นแค่เพียงคนดูหนังธรรมดา ๆ คนหนึ่งเท่านั้นเอง

          ฉันรู้สึกเพียงแต่ว่า (ถ้ายกเว้นฉากติดเรทX หรือ เรท R ที่มีในหนัง) นี่คือหนังสะอาด ๆ ใส ๆ
ที่ให้ความรู้สึกถึง “ความน่ารัก” ในมิตรภาพระหว่างเพื่อน โดยเฉพาะบทสนทนาอันชวนให้ขำขันเล็ก ๆ หลายฉากของตัวละครทั้งสอง น่าจะเป็นเสน่ห์ที่ชวนให้เกิดความรู้สึกถึงความน่ารักนั้น แม้จะพูดกัดจิก เหน็บแนม ประชดประชันกันตลอดเวลา แต่ฉันรู้สึกได้ถึงความจริงใจที่เพื่อนมีให้กันตลอดการพูดคุยนั้น

         นับเป็นหนังที่ถ่ายทอดประเด็นมิตรภาพในยามยาก พูดถึงความหมายของคำว่า “เพื่อน” ที่ดีเยี่ยมอีกเรื่องหนึ่งในใจฉัน

         ปล. เพลงประกอบที่ใช้ในหนังทั้งตอนต้นเรื่องและท้ายเรื่อง ชื่อ Everybody''s Talkin'' โดย Harry Nilsson ช่วยทำให้หนังเรื่องนี้น่ารักอีกขึ้นเป็นกอง ชอบเป็นพิเศษตรงเสียงกีตาร์ตอน Intro ของเพลง
 


หนังตัวอย่าง:

 


รางวัล:

Won 3 Oscars. Another 23 wins & 12 nominations

Academy Awards, USA
Year Result Award Category/Recipient(s)
1970 Won Oscar Best Director John Schlesinger
John Schlesinger was not present at the awards ceremony. Jon Voight accepted the award on his behalf.
Best Picture Jerome Hellman
Best Writing, Screenplay Based on Material from Another Medium Waldo Salt
Nominated Oscar Best Actor in a Leading Role Dustin Hoffman
Best Actor in a Leading Role Jon Voight
Best Actress in a Supporting Role
Sylvia Miles
Best Film Editing Hugh A. Robertson
 
BAFTA Awards
Year Result Award Category/Recipient(s)
1970 Won BAFTA Film Award Best Actor
Dustin Hoffman
Also for John and Mary (1969).
Best Direction
John Schlesinger
Best Film
Best Film Editing
Hugh A. Robertson
Best Screenplay
Waldo Salt
Most Promising Newcomer to Leading Film Roles
Jon Voight
Nominated UN Award  
 
Berlin International Film Festival
Year Result Award Category/Recipient(s)
1969 Won OCIC Award John Schlesinger
Nominated Golden Berlin Bear John Schlesinger
 
Bodil Awards
Year Result Award Category/Recipient(s)
1970 Won Bodil Best Non-European Film (Bedste ikke-europæiske film) John Schlesinger (director)
 
David di Donatello Awards
Year Result Award Category/Recipient(s)
1970 Won David Best Director - Foreign Film (Migliore Regista Straniero) John Schlesinger
Best Foreign Actor (Migliore Attore Straniero)
Dustin Hoffman
Tied with Peter O''Toole for Goodbye, Mr. Chips (1969).
 
Directors Guild of America, USA
Year Result Award Category/Recipient(s)
1970 Won DGA Award Outstanding Directorial Achievement in Motion Pictures
John Schlesinger
Burtt Harris (assistant director) (plaque)
 
Golden Globes, USA
Year Result Award Category/Recipient(s)
1970 Won Golden Globe Most Promising Newcomer - Male
Jon Voight
Nominated Golden Globe Best Director - Motion Picture
John Schlesinger
Best Motion Picture - Drama
Best Motion Picture Actor - Drama
Dustin Hoffman
Best Motion Picture Actor - Drama
Jon Voight
Best Screenplay
Waldo Salt
Best Supporting Actress
Brenda Vaccaro
 
Italian National Syndicate of Film Journalists
Year Result Award Category/Recipient(s)
1970 Won Silver Ribbon Best Director - Foreign Film (Regista del Miglior Film Straniero) John Schlesinger
 
Kansas City Film Critics Circle Awards
Year Result Award Category/Recipient(s)
1970 Won KCFCC Award Best Director John Schlesinger
Best Film
 
Laurel Awards
Year Result Award Category/Recipient(s)
1970 Won Golden Laurel Drama
Male Dramatic Performance
Dustin Hoffman
Male New Face
Jon Voight
3rd place Golden Laurel Female Supporting Performance
Brenda Vaccaro
 
National Film Preservation Board, USA
Year Result Award Category/Recipient(s)
1994 Won National Film Registry  
 
National Society of Film Critics Awards, USA
Year Result Award Category/Recipient(s)
1970 Won NSFC Award Best Actor
Jon Voight
 
New York Film Critics Circle Awards
Year Result Award Category/Recipient(s)
1969 Won NYFCC Award Best Actor
Jon Voight
 
Writers Guild of America, USA
Year Result Award Category/Recipient(s)
1970 Won WGA Award (Screen) Best Drama Adapted from Another Medium
Waldo Salt
 

Plot:

Midnight Cowboy is a 1969 American drama film based on the 1965 novel of the same name by James Leo Herlihy. It was written by Waldo Salt, directed by John Schlesinger, and stars Dustin Hoffman and then-newcomer Jon Voight in the title role. Notable smaller roles are filled by Sylvia Miles, John McGiver, Brenda Vaccaro, Bob Balaban, and Barnard Hughes; M. Emmet Walsh is an uncredited, pre-fame extra.

The film won three Academy Awards: Best Picture, Best Director and Best Adapted Screenplay. In addition, it was the first X rated movie to win the Oscar. Later, certain parts of the film were edited and it received an R rating, followed by the MPAA''s decision to let the complete original print stay as is: the R rating for this film remains to this day.
 


Texas greenhorn Joe Buck arrives in New York for the first time. Preening himself as a real ''hustler'', he finds that he is the one getting ''hustled'' until he teams up with a down-and-out but resilient outcast named Ratso Rizzo. The initial ''country cousin meets city cousin'' relationship deepens. In their efforts to bilk a hostile world rebuffing them at every turn, this unlikely pair progress from partners in shady business to comrades. Each has found his first real friend. Written by alfiehitchie
 


 

 

 

 


เข้าชม : 9824    [ ขึ้นบน ]
ภาพยนตร์เรื่องนี้อยู่ในประเภท: originAmericanCanadianAustralian: SubtitleEnglish: SubtitleThai: classic: recommend



หนังอเมริกัน และออสเตรเลียเรื่องอื่นๆที่น่าสนใจ..ลองเข้าไปดูซิครับ