[ ดูREVIEWทั้งหมด ]

 

 

Vodka Lemon (2003)

(บรรยายอังกฤษ)

 

Directer:Hiner Saleem  Producer:Fabrice Guez Michel Loro, Tiziana Soudani

Writter:Lei Dinety, Pauline Gouzenne, Hiner Saleem Music:Michel Korb, Roustam Sadoyan  Cinematography:Christophe Pollock Editor:Dora Mantzoros  Running time:90 min   Country:France, Italy, Switzerland, Armenia  Language:Armenian, Kurdish, Russian, French
Genre:Comedy, Drama  
Subtitle: English
Starring
Romen Avinian ... Hamo
Lala Sarkissian ... Nina
Ivan Franek ... Dilovan
Ruzan Mesropyan ... Zine


 

Vodka Lemon
เมียงมองหนังอาร์เมเนีย

พล พะยาบ
คอลัมน์อาทิตย์เธียเตอร์ มติชนรายวัน 5 กุมภาพันธ์ 2549

เคยเขียนถึงหนังจากชาติที่เคยเป็นส่วนหนึ่งของสหภาพโซเวียตมาแล้วครั้งหนึ่งเมื่อไม่นานมานี้นั่นคือ Angel on the Right จากทาจิกิสถาน

คราวนี้เขยิบจากทาจิกิสถานในเอเชียกลางมาทางตะวันตกสู่ประเทศอาร์เมเนีย ซึ่งอยู่ในเขตเทือกเขาทรานส์คอเคซัส ร่วมกับอีกสองประเทศคือ จอร์เจีย และอาเซอร์ไบจาน

หนังอาร์เมเนีย...น่าสนใจไม่น้อยใช่ไหม?

ก่อนอื่นมารู้จักอาร์เมเนียกันสักนิด...อาร์เมเนียประกาศเอกราชจากโซเวียตเมื่อวันที่ 21 กันยายน 1991 มีพรมแดนติดกับจอร์เจีย อาเซอร์ไบจาน อิหร่าน และตุรกี ไม่มีทางออกทะเล เป็นประเทศเล็กๆ ที่มีประชากรราว 4 ล้านคนเท่านั้น กว่า 95% เป็นชาวอาร์เมเนียน นอกนั้นเป็นชาวเคิร์ด ยิว อัสซีเรียน และชาวกรีก นับถือศาสนาคริสต์นิกายอาร์เมเนียออร์ทอดอกซ์

ความเป็นมา-เป็นไปของอาร์เมเนียนับว่าลำบากรันทดพอสมควร ต้องตกเป็นสมบัติผลัดกันชมของอาณาจักรใหญ่ๆ แถบนั้นโดยตลอด ไม่ว่าจะเป็นอิหร่าน โรมัน ไบแซนไทน์ อาหรับ มองโกล และเปอร์เซีย จนอยู่ในสภาพง่อยเปลี้ยเสียขา กระทั่งถูกแบ่งเค้กโดยอาณาจักรออตโตมานและเปอร์เซีย สุดท้ายถูกผนวกเข้าเป็นส่วนหนึ่งของสหภาพโซเวียต ทั้งด้านการปกครองและวัฒนธรรม

เคราะห์กรรมครั้งใหญ่ในประวัติศาสตร์ของอาร์เมเนียมีอยู่ 2 ครั้ง ครั้งแรกคือถูกพวกเติร์กสังหารหมู่กว่า 1.5 ล้านคนระหว่างปี 1915-1922 เพื่อขจัดเสี้ยนหนามในการปกครอง อีกครั้งเป็นแผ่นดินไหวใหญ่ปี 1988 ทำให้มีผู้เสียชีวิตกว่า 45,000 คน

นอกจากนี้ ยังมีวิกฤตการณ์สงครามแย่งดินแดนระหว่างชาวคริสต์และชาวมุสลิมอาเซอร์ไบจานที่นากอร์โน-คาราบาฮ์ยืดเยื้อนานหลายปี

เหตุการณ์ทางประวัติศาสตร์ทั้งหมดนี้เป็นพื้นหลังสำคัญให้เราดูหนังเรื่อง Vodka Lemon(2003) จากอาร์เมเนียในแง่มุมที่ลึกยิ่งขึ้น

หนังดึงดูดความสนใจตั้งแต่เริ่มต้นด้วยภาพน่าฉงนภาพเดียวกับที่เห็นบนใบปิด เตียงเหล็กคนไข้วิ่งมาบนถนนหิมะ ภาพต่อมาจึงรู้ว่าเตียงถูกลากโดยรถตู้มายังสุสาน คนที่อยู่บนเตียงเป็นนักดนตรีบรรเลงในงานศพ ใกล้ๆ กันนั้น ฮาโม ชายสูงวัย อดีตทหารในกองทัพแดงของโซเวียต นั่งอยู่หน้าหลุมศพภรรยาของตนเอง

นี่คือกิจวัตรประจำวันของฮาโม เช่นเดียวกับนิน่า หญิงม่ายผู้สูญเสียสามีไปในสงครามก็เดินทางมาที่สุสานทุกวัน
 


เรื่องราวต่อมาทำให้ทราบว่าฮาโมอาศัยอยู่อย่างข้นแค้นตามลำพัง ลูกชายคนหนึ่งย้ายไปอยู่ที่ซามาร์คันด์ ในอุซเบกิสถาน ส่วนอีกคนไปไกลถึงฝรั่งเศส ฮาโมเฝ้ารอการติดต่อกลับมาจากฝรั่งเศสเป็นพิเศษ เพราะหวังว่าลูกจะส่งเงินมาให้บ้าง ขณะที่ลูกอีกคนที่ยังอยู่ละแวกนั้นก็เป็นพวกไม่เอาถ่าน เอาแต่เมาไปวันๆ
ความยากจนทำให้ฮาโมต้องทยอยนำข้าวของเครื่องใช้ในบ้านไปขาย แม้กระทั่งเครื่องแบบทหารที่เขาภาคภูมิใจ

ขณะที่นิน่า ชีวิตของเธอไม่ต่างจากฮาโมเท่าไรนัก เธอทำงานเป็นคนขายเครื่องดื่มวอดก้า เลมอน ในร้านริมถนน ฐานะขัดสนจนต้องขอติดค้างค่ารถโดยสาร ลูกคนหนึ่งแต่งงานแล้วย้ายไปอยู่คาซักสถาน ส่วนลูกสาวอีกคนทำงานตอนกลางคืนให้แก่มี “ผู้อุปการะพิเศษ”

สภาพชีวิตที่คลับคล้ายของฮาโมและนิน่า ชาย-หญิงต่างวัยที่เดินทางร่วมกันทุกวัน จึงมีเส้นทางมาบรรจบพบกันในที่สุด

เป็นเรื่องงดงามที่เกิดขึ้นท่ามกลางความแร้นแค้นยากลำบากและความเหน็บหนาวขาวโพลนของหิมะ

หนังมาในแนวทางคอมมิดี้ มีแง่มุมให้อมยิ้มเป็นระยะ แต่ภายใต้รอยยิ้มนั้นมีเรื่องราวให้ขบคิดตีความตลอดเวลา เช่นฉากที่ฮาโมกับเพื่อนนั่งคุยกันริมถนนหลังจากมอเตอร์ไซค์เสีย ฮาโมถามขึ้นว่าคิดถึงสมัยรัสเซียยังอยู่ที่นี่หรือเปล่า เพื่อนตอบว่ามีรัสเซีย แต่ไม่มีเสรีภาพ แล้วจู่ๆ มอเตอร์ไซค์เจ้ากรรมก็แล่นผ่านหน้าไปเองจนต้องวิ่งไล่ตาม

เสรีภาพบางทีก็ต้องวิ่งไล่ตามกันเหนื่อยเหมือนกัน...

หรือฉากที่ดิโลวาน ลูกชายของฮาโมซื้อวอดก้า เลมอน เขาถามนิน่าว่าทำไมเรียกเลมอน ทั้งที่รสเหมือนอัลมอนด์ นิน่าตอบว่ามันเป็นภาษาอาร์เมเนีย

...ความเข้าใจในตัวเองคือช่องว่างที่เกิดขึ้นที่นี่ หลังจากโดนคนต่างชาติครอบงำมาโดยตลอด

ตลอดทั้งเรื่องเราจะได้เห็นคำบอกเล่าว่าคนในท้องถิ่นย้ายไปอยู่ต่างเมือง นอกจากลูกๆ ของฮาโม ของเพื่อนฮาโม และของนิน่าที่ย้ายไปอยู่ต่างแดนแล้ว ยังมีคนเดินทางผ่านที่พลาดตกรถโดยสารบอกว่ากำลังไปอุซเบกิสถาน

กระทั่งผู้เขียนมองว่าสารเกี่ยวกับการทิ้งถิ่นฐานของชาวอาร์เมนียดูจะเป็นประเด็นสำคัญที่ผู้สร้างต้องการบอกเล่าแก่ผู้ชมทั่วโลก



อย่างไรก็ตาม เมื่อเรื่องราวดำเนินมาถึงตอนจบ หนังบอกกับเราอีกประการว่าเราควรจะมองโลกอย่างมีความหวัง เช่นเดียวกันหิมะขาวโพลนที่ค่อยๆ ละลายลงทุกวัน ผลิเผยความมีชีวิตชีวาให้เราได้สัมผัส

ประเด็นเล็กๆ อีกอย่างที่น่าสนใจคือ ผู้กำกับฯ ไฮเนอร์ ชาลีม เป็นชาวอิรัก-เคิร์ดอพยพ เคิร์ดคือชนกลุ่มน้อยที่ต้องการแยกตัวเป็นอิสระจากอิรักเพื่อก่อตั้งรัฐเคอร์ดิสถาน แต่โดนอิรักปราบปรามอย่างเหี้ยมโหด

ในฉากที่ดิโลวานเปิดจดหมายจากฝรั่งเศสออกอ่าน กระดาษห่อจดหมายเผยให้เห็นตัวหนังสือขนาดใหญ่เขียนว่า “Kurdistan”

จะแปลว่าอย่างไร...ถ้าไม่ใช่นายชาลีมแอบใช้พื้นที่สื่อ(ของตนเอง) ประชาสัมพันธ์แคมเปญเรียกร้องเสรีภาพกับชาวโลก(หนังได้ฉายหลายประเทศ รวมทั้งในเทศกาลบางกอก อินเตอร์ฯ ฟิล์ม เมื่อ 2 ปีก่อน)

นับว่าร้ายไม่ใช่เล่นเลยหมอนี่!!
 

 



รางวัล Awards:6 wins & 2 nominations

Bangkok International Film Festival
Year Result Award Category/Recipient(s)
2004 Nominated Golden Kinnaree Award Best Film
Hiner Saleem
 
 
Mons International Festival of Love Films
Year Result Award Category/Recipient(s)
2004 Won Grand Prize
Hiner Saleem
 
Kodak Award
Hiner Saleem
 
Prix Ciné Femme
Hiner Saleem
 
 
Newport Beach Film Festival
Year Result Award Category/Recipient(s)
2004 Won Jury Award Feature Film - Best Actor - Comedy
Romen Avinian
 
 
São Paulo International Film Festival
Year Result Award Category/Recipient(s)
2003 Nominated International Jury Award
Hiner Saleem
 
 
Venice Film Festival
Year Result Award Category/Recipient(s)
2003 Won San Marco Prize
Hiner Saleem

 
 
Vesoul Asian Film Festival
Year Result Award Category/Recipient(s)
2004 Won Golden Wheel
Hiner Saleem

 
 

 

 

 


เข้าชม : 5116    [ ขึ้นบน ]
ภาพยนตร์เรื่องนี้อยู่ในประเภท: originRussianEasternEuropean: SubtitleEnglish: recommend



หนังรัสเซีย+ยุโรปตะวันออกเรื่องอื่นๆที่น่าสนใจ..ลองเข้าไปดูซิครับ