[ ดูREVIEWทั้งหมด ]

 

 

Not One Less (1999)

(บรรยายไทย)

 

Directer:Yimou Zhang  Producer:Yu Zhao Writter:Xiangsheng Shi Music:Bao San  Cinematography:Yong Hou Editor:Ru Zhai  Running time:106 min  Country:China   Language:Mandarin Genre:Drama  Subtitle: English/ไทย
Starring

Minzhi Wei ... Wei Minzhi
Huike Zhang ... Zhang Huike
Zhenda Tian ... Village Chief
Enman Gao ... Teacher Gao
Zhimei Sun ... Sun Zhimei

NOT ONE LESS หรือ "คุณครูคนใหม่ (ได้แค่นี้ก็ดีแล้ว)" คว้ารางวัลภาพยนตร์ยอดเยี่ยม สิงโตทองคำ ในงานเทศกาล ภาพยนตร์เมืองเวนิส ปี 1999 (1999 Venice International Film Festival)

         หนังเกี่ยวกับครูก็มีมาเยอะแยะ แต่รับรองว่าไม่มีเรื่องไหนเหมือนเรื่องนี้แน่นอน หนังเกี่ยวกับครูเรื่องอื่นๆส่วนใหญ่คุณครูจะเต็มไปด้วยอุดมการณ์ รักเด็ก ไม่เห็นแก่เงิน ที่พูดมาทั้งหมดเนี่ยะ ตรงกันข้ามกับ "คุณครูคนใหม่" ในหนังเรื่องนี้เลยอะ 555 ..  จะเอาอะไรกันหนักหนาก็เธอเป็นแค่เด็กสาวอายุ13ปี ที่อาจารย์เกา หมอบหมายหน้าที่ให้เธอดูแล เด็กน้กเรียนในห้องชั่วคราว โดยมีเงื่อนไขว่าเธอจะต้องดูแลเด็กๆให้อยู่ครบห้ามทำเด็กหายแม้แต่คนเดียว (not one less) ไม่งั้นเธอจะไม่ได้เงินค่าจ้าง  ดูเหมือนง่ายๆนะแต่อาจไม่ง่ายอย่างที่คิด ..อืม..แล้วว่าแต่ว่าความรู้เธอก็ไม่มีแล้วจะสอนอะไรได้ล่ะ..เอาเถอะสอนมันมั่วๆไปเลยแล้วกัน 555 มาเอาใจช่วยเธอจัดการกับเหล่าเด็กแสบๆ ด้วยความซื่อ รับรองมันจะทำให้คุณหัวเราะ อมยิ้ม และร้องไห้ ไปกับความใสซื่อ บริสุทธิ ของทั้งครูและนักเรียน และมันอาจเป็นหนังที่เข้าไปอยู่ในใจคุณตลอดไป 

เนื้อเรื่องย่อ
          อาจารย์เกา (Gao) ประจำโรงเรียนประถมชุ่ยกวน (Shuiquan) มีความจำเป็นจะต้องหยุดสอนเป็นเวลา 1 เดือนเพื่อเดินทางไปดูแลพยาบาลแม่ที่ล้มป่วยในต่างเมือง หัวหน้าผู้ดูแลหมู่บ้านได้หาคนที่จะมาทำหน้าที่สอน แทนอาจารย์เกาเป็นการชั่วคราว ซึ่งก็คือ “เหว่ยหมิงฉี” (Wei MingzhI) ด้วยความที่เหว่ยหมิงฉีมีอายุเพียงแค่ 13 ปี อาจารย์เกาจึงคัดค้านหัวหน้าผู้ดูแลหมู่บ้าน ไม่เห็นด้วยที่จะเอาเด็กสาวรุ่นมาสอนนักเรียนที่มีอายุไล่เลี่ยกันกับเธอ หัวหน้าผู้ดูแลหมู่บ้านให้เหตุผลว่าในชนบทห่างไกลเช่นนี้ การจะหาคนที่เหมาะสมมาสอนแทนไม่ใช่เรื่องที่ทำได้ง่ายนัก เอาเป็นว่าอย่างน้อย ๆ เธอก็มาช่วยดูแลนักเรียนให้ในช่วงที่อาจารย์เกาไม่อยู่ เป็นการชั่วคราวก็แล้วกัน
           ช่วงเปิดภาคเรียนใหม่ๆ นักเรียนในชั้นเรียนของอาจารย์เกามีประมาณ 40 คน แต่กลับค่อย ๆ ลดจำนวนลงเหลือแค่ 28 คน อาจารย์เกาเตือนเหว่ยหมิงฉีว่า ระหว่างที่เขาไม่อยู่ เธอจะต้องดูแลไม่ให้นักเรียนในชั้นลดจำนวนลงแม้แต่คนเดียว และถ้าสามารถทำได้ตามนั้นเขาสัญญาจะให้เงินแก่เธอ 10 หยวนเป็นกรณีพิเศษ
           เหว่ยหมิงฉีเคร่งครัดตรวจสอบรายชื่อนักเรียนในชั้นทุกวัน โดยเธอมอบหมายให้นักเรียนในชั้น คัดลอกบทเรียนจากกระดานใส่สมุดส่วนตัว เธอไม่ได้ใส่ใจหรือสนใจเลยว่าพวกเขาจะเรียนรู้อะไร แค่ขอให้พวกเขาอยู่ครบตามทะเบียนรายชื่อไม่หายไปไหนก็พอ หลังจากที่เธอเขียนเนื้อหาขึ้นกระดานแล้ว เหว่ยหมิงฉีก็จะออกไปนั่งนอกห้องเฝ้าระแวดระวัง ไม่ให้มีนักเรียนในชั้นแอบหนีออกไปได้แม้แต่คนเดียว
          จางฮุ้ยเคอ (Zhang Huike) นักเรียนในชั้นวัย 10 ขวบ ซึ่งเป็นเด็กฉลาดแต่ค่อนข้างดื้อและซน เขามักจะแกล้งเหว่ยหมิงฉีเป็นประจำ และด้วยปัญหาหนี้สินของครอบครัว ในเช้าวันหนึ่งจางฮุ้ยเคอก็ไม่ได้ไปเรียนตามปกติ เหว่ยหมิงฉีมารู้ทีหลังว่าเขาถูกบังคับให้ไปหางานทำในเมือง
           คำพูดเตือนของอาจารย์เกา ยังคงก้องอยู่ในโสตประสาทของเหว่ยหมิงฉีตลอดเวลา และแม้ว่าเธอจะไม่รู้ว่าจางฮุ้ยเคอเดินทางไปแห่งหนตำบลใด แต่เหว่ยหมิงฉีกลับตัดสินใจเดินทางเข้าไปในเมือง เพื่อตามหาจางฮุ้ยเคอ พร้อมทั้งพาเขากลับมาเข้าชั้นเรียนตามเดิม..

ข้อมูลเพิ่มเติม
              ตัวละครทั้งหมดในหนังเรื่องนี้ ล้วนรับบทโดยนักแสดงสมัครเล่น.. นักแสดงมือใหม่เหล่านี้ล้วนแสดงบทบาทที่ใกล้เคียงหรือไม่ก็ตรงกันกับบุคลิก ความเป็นอยู่ที่เป็นจริงของพวกเขาเอง ยกตัวอย่างเช่น ตัวละครหลักของเรื่อง - เหว่ยหมิงฉี นักเรียน/ผู้สอนแทน วัย 13 ปี ก็แสดงโดยนักเรียนวัย 13 ปี ที่ชื่อ “เหว่ยหมิงฉี” , หัวหน้าผู้ดูแลหมู่บ้าน ก็แสดงโดยหัวหน้าผู้ดูแลหมู่บ้านในชนบทจริงๆ

               In a remote mountain village, the teacher must leave for a month, and the mayor can find only a 13-year old girl, Wei Minzhi, to substitute. The teacher leaves one stick of chalk for each day and promises her an extra 10 yuan if there''s not one less student when he returns. Within days, poverty forces the class troublemaker, Zhang Huike, to leave for the city to work. Minzhi, possessed of a stubborn streak, determines to bring him back. She enlists the 26 remaining pupils in earning money for her trip. She hitches to Jiangjiakou City and begins her search. The boy, meanwhile, is there, lost and begging for food. Minzhi''s stubbornness may be Huike and the village school''s salvation.


ประวัติและผลงานของผู้กำกับภาพยนตร์

จางอี้โหมว (Zhang Yimou) เกิดที่เมืองซีอาน (Xian) ประเทศจีน เมื่อปี 1950… ตอนที่ประเทศจีนเกิดการปฏิวัติวัฒนธรรมในปี 1966 เขากำลังเรียนอยู่ในระดับชั้นมัธยม จางอี้โหมวต้องหยุดเรียนในปี 1968 และถูกส่งตัวให้ไปทำงานในเขตชนบท โดยเริ่มต้นจากการทำไร่ในเขตมณฑลฉางซี (Shanxi) จากนั้นจึงได้ไปทำงานเป็นคนงานในโรงทอ ช่วงปี 1971 – 1978 และด้วยความสนใจส่วนตัวที่มีต่อศิลปะ และการถ่ายภาพ เขาจึงพยายามถ่ายภาพนิ่งเป็นงานอดิเรกอยู่ตลอดเวลา แม้ว่าจะแทบไม่มีสำนักพิมพ์ไหน สนใจซื้อภาพของเขาไปพิมพ์ขายเลยสักแห่งเดียว

เมื่อตอนที่สถาบันภาพยนตร์ปักกิ่ง (Beijing Film Academy) ได้จัดให้มีการสอบคัดเลือกในปี 1978 จางอี้โหมวได้เข้าร่วมสอบ และผ่านการคัดเลือกด้วยคะแนนสูงเป็นที่น่าพึงพอใจ แต่เขากลับถูกปฏิเสธเนื่องจากขณะนั้นเขามีอายุ 27 ปี มากกว่าเกณฑ์ที่กำหนดไว้ถึง 5 ปี… ถึงแม้ว่าจางอี้โหมวจะล้มเหลวจากการยื่นประท้วงคำตัดสินใจถึงสองครั้งสองครา แต่เขาก็ไม่ย่อท้อส่งจดหมายประท้วงต่อผู้ว่าการกระทรวงวัฒนธรรม โดยให้เหตุผลว่าเหตุการณ์การปฏิวัติวัฒนธรรมส่งผลให้เขาเสียเวลาไปกว่า 10 ปีเต็ม อีก 2 เดือนต่อมา เขาก็ได้รับจดหมายยินยอม ให้เข้าศึกษาที่สถาบันภาพยนตร์ แผนกการกำกับภาพ

หลังจากจบการศึกษาในปี 1982 จางอี้โหมวได้รับมอบหมายให้ไปทำงานที่กวางสี ฟิล์ม สตูดิโอ (Guangxi Film Studio) ปี 1985 เขาได้ย้ายไปทำงานที่ซีอาน ฟิล์ม สตูดิโอ (Xian Film Studio) จางอี้โหมวได้ร่วมงานในฐานะผู้กำกับภาพให้กับผู้กำกับจางจุนเชา (Zhang Junchao) ในผลงานภาพยนตร์เรื่อง One And The Eight (1982) และได้ร่วมงานกับผู้กำกับเฉินไค่เก๋อ (Chen Kaige) ในผลงานภาพยนตร์เรื่อง Yellow Earth (1983) และ The Big Parade (1985)

Red Sorghum คือผลงานการกำกับภาพยนตร์เรื่องแรกของจางอี้โหมวในปี 1988 และหนังเรื่องนี้ก็เป็นผลงานการแสดงภาพยนตร์เรื่องแรกของ กงลี่ (Gong Li) ด้วยเช่นกัน Red Sorghum ได้รับรางวัลหมีทองคำ (Golden Bear Award) สาขาภาพยนตร์ยอดเยี่ยม จากเทศกาลภาพยนตร์เมืองเบอร์ลินปี 1989 หลังจากนั้นเขายังคงร่วมงานกับกงลี่เรื่อยมา รวมถึงผลงานดัง ๆ อย่าง Ju Dou (1990) –หนังได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลออสการ์ สาขาภาพยนตร์ภาษาต่างประเทศยอดเยี่ยมในปี 1991 , Raise The Red Lantern (1991) – หนังเรื่องนี้ได้รับรางวัลสิงโตเงิน (Silver lion) จากเทศกาลภาพยนตร์เมืองเวนิส และได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลออสการ์ สาขาภาพยนตร์ภาษาต่างประเทศยอดเยี่ยมด้วย , The Story Of Qiu Ju (1992) ได้รับรางวัลสิงโตทองคำ (Golden Lion) จากเทศกาลภาพยนตร์เมืองเวนิสปี 1992 , To Live (1994) ได้รับรางวัล Grand Jury Prize ปาล์มทองคำภาพยนตร์ยอดเยี่ยม และรางวัลนักแสดงนำชายยอดเยี่ยม จากเทศกาลภาพยนตร์เมืองคานส์ , Shanghai Triad ได้รับการคัดเลือก ให้เข้าฉายในเทศกาลภาพยนตร์เมืองคานส์ปี 1995 และผลงานล่าสุดก่อนหน้านี้ของจางอี้โหมวก็คือ Keep Cool ซึ่งได้รับเชิญให้ฉายเปิดตัวในเทศกาลภาพยนตร์เมืองเวนิสปี 1996 ช่วงปี 1997 เขาได้รับเกียรติให้กำกับอุปรากรของปุชชินี่ เรื่อง Turandot ที่เมืองฟลอเรนซ์ ประเทศอิตาลี โดยเป็นการทำงานร่วมกับวาทยากรชื่อดัง ซูบิน เมห์ตา และในปี 1998 ทั้งสองก็ได้ทำงานร่วมกันอีกครั้ง ด้วยการเปิดแสดงอุปรากรเรื่องนี้ภายในพระราชวังต้องห้าม กรุงปักกิ่ง ประเทศจีน
 


(บทความนี้ตัดมาจาก http://harinmagazine.blogspot.com/2009/04/not-one-less-apr-19-2008-608-am.html)

น้อยก็หนึ่ง Not One Less
เว่ย ฉี อิน เด็กหญิงวัยสิบสามปี ผู้ต้องรับหน้าที่เป็นครูสำรองของโรงเรียนในหมู่บ้านชนบทแสนห่างไกลของจีน ยามที่ครู เกา ครูตัวจริงไม่อยู่ ด้วยคำสัญญาที่ให้ไว้ว่าจะไม่ยอมให้นักเรียนขาดไปแม้แต่คนเดียว ดังนั้นเมื่อเด็กชายคนหนึ่งถูกบังคับให้ออกจากโรงเรียนเพื่อไปทำงานหาเงินมา เจื่อจานครอบครัว คุณครูคนใหม่จึงต้องเดินทางออกจากหมู่บ้านอันห่างไกลสู่เมื่องใหญ่เพื่อนำ เด็กน้อยกลับมาเรียนตามหนังสือดังเดิม ผลงานการกำกับชิ้นเยี่ยมของผู้กำกับจางอี้โหมว ผู้กำกับจีนที่มีผลงานโดดเด่นอย่าง Curse of the Golden Flower, House of Flying Daggers, Hero, Happy Time, The Road Home, The Story of Qiu Ju และ Raise the Red Lantern จางอี้โหมว เป็นผู้กำกับที่ขึ้นชื่อว่าเก่งในเรื่องของการใช้สีและสัญลักษณ์เสียดสี เล่าเรื่องอย่าง ถากถาง ตั้งและตอบคำถาม ต่อขนบความคิดแบบสังคมนิยม ภาพในทุกฉากตอนในNot One Lessเต็มไปด้วยสัญลักษณ์และนัยน์แฝง หากเราดูหนังเรื่องนี้อย่างผิวเผินคงซึมซับได้เพียงรสของเรื่องเล่า เข้าไม่ถึงบริบทของที่หนังต้องการสื่อ เรื่องของครูเด็กวัยสิบสามที่มีภาระหน้าที่ในการดูแลเด็กชั้นประถมด้วยใจ บริสุทธ์และมุ่งมั่นนั้นเป็นเรื่องราวที่น่าประทับใจ ภาพของครูเก่านั้งนับชอร์กให้ครูใหม่ไว้ใช้ขีดเขียนสั่งสอนเป็นภาพที่ชวน หดหู่และกินใจ หากมองดูให้ลึกในทุกฉากตอน หนังได้เปรียบเทียบพฤติกรรมระหว่าง"คนเก่า"กับ"คนใหม่" ภาพ"ครูคนเก่า"หวั่นใจใน"ระเบียบวินัยความเป็นครู"ของ"ครูคนใหม่" สะท้อนภาพการเปรียบเปรยความคิดเชิงอำนาจอย่างชัดเจน "สังคม"ที่ถูก"ปกครอง"โดย"ผู้ชาย"กำลังเปลี่ยนถ่ายไปสู่"ระบอบใหม่"ที่นอก จากจะได้คนรุ่นใหม่แล้ว "ผู้ปกครอง"ยังเป็น"ผู้หญิง"เสียด้วย ภาพของครูเกาสั่งงานครูเว่ยอย่างเคร่งครัดนั้นสะท้อนภาพคติเชิงการ เมืองอย่างเด่นชัด ภาวะเปรียบเปรยทัศนะทางเพศมีให้เห็นทุกฉาก จาง ฮุย เคอะ "นักเรียน"ที่ไม่เชื่อฟัง"ครู"เว่ยนั้นสะท้อนปัญหาการกดขี่ทางเพศอย่าง รุนแรง เมื่อ"นักเรียนชาย"หัวโจกคนหนึ่งยืนกรานที่จะไม่เรียก"เว่ย"ซึ่งเป็น" ผู้หญิง"ว่า"ครู"สะท้อนปัญหาเพศที่เด่นชัดในสังคมจีน ภาพครูเว่ยยืนดูพฤติกรรมจาง ฮุย เคอะ"ท้าทายอำนาจ"และไม่ยอมรับ"เพศแม่"อย่างไม่กลัวเกรงสะท้อน"ความเป็นรอง" ในสังคมอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ "ครูเว่ย"เป็นตัวแทนของ"อำนาจรัฐ" "นักเรียน"ซึ่งในที่นี้หมายถึง"กลุ่มคนรุ่นใหม่"ที่ท้าทายอำนาจรัฐ ภาพความขัดแย้งของนักเรียนหัวโจกกับครูนั้นเปรียบเทียบได้กับการเย้ยอำนาจ อย่างรุนแรง ภาพของครูเว่ยที่ออกตามหาจาง ฮุย เคอะนั้นก็สะท้อนประเด็นความรักที่"แม่"มีต่อ"ลูกชาย" ภาพความห่วงใยของครูเว่ยที่มีต่อจาง ฮุย เคอะสะท้อนขนบวัฒนธรรมดีงาม หนังยังสะท้อนภาพความรักชาติ ภาพเด็กๆร้องเพลงชาติและชักธงขึ้นสู่ยอดเสา ภาพธงจีนโบกสะบัด โดยมีคนสามรุ่นยืนเคารพ"ธง"อยู่เบื้องล่างนั้นช่างเป็นภาพที่สร้างแรงใจ อย่างฮึกเหิม ภาพของสังคม"ชนบท"ที่มีความเป็นอยู่อย่างเรียบง่าย" กับสังคม"เมือง"สะท้อน"ความเจริญทางวัตถุไร้สมดุล ภาพจาง ฮุย เคอะเร่ไปตามถนนสะท้อนปัญหาด้านสังคมที่ไร้การเอาใจใส่อย่างจริงจัง ภาพที่ครูเก่านับแท่งชอร์กให้ครูใหม่ใช้เขียนหลักคำสอนอย่างกระเบียด กระเสียนนั้นสะท้อนถึงความไม่มี ความไม่คิดพัฒนาการศึกษาเปรียบได้กับการปิดกั้นองก์ความรู้ ภาพชอร์กที่ถูกเหยีบสะท้อนภาพการเหยียบย้ำองก์ความรู้จนแหลกเละนั้น ช่างเป็นภาพที่น่าอดสู จาง อี โหมว วิพากษ์การพัฒนาการศึกษาและสังคมจีนผ่านเรื่องราวเรียบง่ายที่เหมือนไม่มี อะไรได้อย่างแสบสันต์ ถึงหนังจะจบลงอย่างมีหวังและครูเว่ยได้ตัวจาง ฮุย เคอะนักเรียนหัวดื้อกลับมาและได้รับการยอมรับ ภาพนักเรียนนักคัดหนังสือและอ่านออกเสียงเปรียบดังภาพความหวังของการพัฒนา ที่จริงจัง ซึ่งในที่นี้ครูเว่ยต้องแลกมาด้วยเหงือและน้ำตา


รางวัล Awards:14 wins & 1 nomination
Beijing Student Film Festival
Year Result Award Category/Recipient(s)
1999 Won Jury Award Best Film
 
Changchun Film Festival
Year Result Award Category/Recipient(s)
2008 Won Golden Deer Outstanding Film in Rural Theme
 
European Film Awards
Year Result Award Category/Recipient(s)
1999 Nominated Screen International Award Yimou Zhang
China
 
Golden Rooster Awards
Year Result Award Category/Recipient(s)
1999 Won Golden Rooster Best Director
Yimou Zhang
 
Hundred Flowers Awards
Year Result Award Category/Recipient(s)
1999 Won Hundred Flowers Award Best Film
 
Isfahan International Festival of Films for Children & Young Adults
Year Result Award Category/Recipient(s)
2001 Won Golden Butterfly Best Film
Yimou Zhang
 
Kinema Junpo Awards
Year Result Award Category/Recipient(s)
2001 Won Kinema Junpo Award Best Foreign Language Film Director
Yimou Zhang
Also for Wo de fu qin mu qin (1999).
 
Shanghai Film Critics Awards
Year Result Award Category/Recipient(s)
1999 Won Shanghai Film Critics Award Best Director
Yimou Zhang
 
São Paulo International Film Festival
Year Result Award Category/Recipient(s)
1999 Won Audience Award Best Feature
Yimou Zhang
 
Venice Film Festival
Year Result Award Category/Recipient(s)
1999 Won Golden Lion Yimou Zhang
Laterna Magica Prize Yimou Zhang
Sergio Trasatti Award Yimou Zhang
UNICEF Award Yimou Zhang
 
Young Artist Awards
Year Result Award Category/Recipient(s)
2000 Won Young Artist Award Best International Film
China.
Best Performance in an International Film - Young Performer
Minzhi Wei
 


 

 


เข้าชม : 8926    [ ขึ้นบน ]
ภาพยนตร์เรื่องนี้อยู่ในประเภท: originAsian: FeelGood: SubtitleThai: SubtitleEnglish: ComingOfAge: recommend: recommend



หนังเอเชียเรื่องอื่นๆที่น่าสนใจ..ลองเข้าไปดูซิครับ