[ ดูREVIEWทั้งหมด ]

 

 

The Place Promised in Our Early Days (2004)

(บรรยายไทย)

 

กำกับ:Makoto Shinkai   สร้าง:Makoto Shinkai เขียนบท:Makoto Shinkai, Shinta Kanō  ดนตรี:Tenmon ตัดต่อ:Makoto Shinkai   เวลา: 91 min ประเทศ:Japan  ภาษา:Japanese  

แนว:Drama, Military, Romance, Science Fiction  Subtitle: English/ไทย

นักแสดง: 
Hidetaka Yoshioka ... Hiroki Fujisawa (voice)
Masato Hagiwara ... Takuya Shirakawa (voice)
Yuka Nanri ... Sayuri Sawatari (voice) (as Yuuka Nanri)
Unshô Ishizuka ... Okabe (voice)
Kazuhiko Inoue ... Tomizawa (voice)
Risa Mizuno ... Maki (voice)

 

แค่ชื่อผู้กำกับ ชินไก มาโกโตะ คงพอการันตีได้ว่านี่คือการ์ตูนที่มีภาพสวยสุดๆเรื่องนึงแน่นอน เขาทำเรื่องนี้ก่อนที่จะทำ 5 Centimeters Per Second  เนื้อหายังคงลึกซึ้งกินใจ เหงาตามสไตล์ของเขา ใครชอบการ์ตูนขอแนะนำว่าไม่ควรพลาดอย่างยิ่ง

 

เนื้อเรื่อง อาจจะดูยากนิดหน่อย แต่ก็ไม่ยากมากถ้าตั้งใจดู เพลงประกอบสุดไพเราะมากๆครับ

 

ภาพตัวอย่างครับ


(บทความต่อไปนี้ตัดมาจากhttp://highwind.exteen.com/20060813/the-place-promised-in-our-early-days)

[The Place Promised in Our Early Days]

- ความทรงจำและคำสัญญา

 

จำไม่ได้ว่านานแค่ไหนที่ผมหลงใหลไปกับความกว้างใหญ่ของท้องฟ้า บางครั้งผมมักจะพบว่าตัวเองกำลังหยุดยืน และเหม่อดูความสวยงามของมันที่ถูกระบายไว้ด้วยสีฟ้าคราม ปุยเมฆสีขาวนวลค่อย ๆ ลอยเคลื่อนไปตามกระแสลมเอื่อย ๆ แสงอร่ามของดวงอาทิตย์ที่แทรกผ่านช่องว่างในอากาศตัดกับพื้นสีฟ้าช่างเป็นภาพที่น่าชวนมองและจดจำ

ถ้าถามผม, ผมรู้สึกว่าท้องฟ้าเป็นสิ่งที่น่าค้นหาและควรจัดมันไว้เป็นอันดับต้น ๆ ของสิ่งมหัศจรรย์แห่งจักรวาล ท้องฟ้าในแต่ละวัน หรือวันเดียวกันแต่ต่างช่วงเวลา ก็แปลกไปจนเหมือนกับเป็นไม่ใช่แผ่นฟ้าเดียวกัน, ท้องฟ้ายามกลางวันถูกฉาบไว้ด้วยสีฟ้านวลใส ในขณะที่ท้องฟ้ายามค่ำคืนกลับถูกกลืนกินด้วยความมืดมิด, บางวันมันช่างโดดเดี่ยว ไร้ซึ่งเมฆน้อยเคียงคู่ มีเพียงดวงอาทิตย์อันร้อนแรงเท่านั้นที่อยู่เป็นเพื่อน, บางวันมันส่งเสียงคำรามครืนคราน ประกายไฟแปลบแปลาบ และเต็มไปด้วยเมฆดำทะมึน จนดวงอาทิตย์ต้องหลีกทางให้, บางคืนท้องฟ้าที่แสนมืดมิดกลับไร้ซึ่งแสงดาวและแม้แต่แสงจันทร์ ทำให้บรรยากาศยามค่ำคืนอันเงียบเหงากลับยิ่งเงียบงันลงไปอีก

ผมถูกความยิ่งใหญ่และความพิศวงของแผ่นฟ้าชักนำจนเคยมีความคิดที่จะเป็นนักบินอวกาศ ล่องลอยอยู่บนผืนฟ้าอันกว้างไกลและไร้ซึ่งผู้คน ถึงแม้บนนั้นจะเต็มไปด้วยความเงียบและบรรยากาศแสนเบาบาง แต่ผมคงจะมีความสุขไม่น้อยที่ได้เดินตามความฝันของตัวเอง

ทำไมนะพอโตขึ้น, ความฝันกับความเป็นจริงจึงห่างไกลกันเหลือเกิน?

เหตุการณ์ใน The Place Promised in Our Early Days หรือ Beyond the Clouds, the Promise Place (Kumo no Mukō, Yakusoku no Basho) แปลเป็นชื่อไทยเพราะ ๆ (โดยทีมงานไทยแฟนซับ) ว่า อีกฟากฝั่งของเมฆา ณ ที่ซึ่งสัญญาบรรจบ, เกิดขึ้นในช่วงหลังสงครามโลกครั้งที่สอง ณ ประเทศญี่ปุ่นซึ่งถูกแบ่งแยกออกเป็นสองส่วน ดินแดนทางทิศใต้อยู่ภายใต้การปกครองของสหรัฐอเมริกา ดินแดนทางทิศเหนือ-ซึ่งรวมเกาะฮ็อกไกโดเข้าไว้ด้วยนั้น-ถูกปกครองโดยรัฐบาลยูเนียน

ในปี ค.ศ. 1974, ยูเนียนเริ่มสร้างสิ่งก่อสร้างอันแสนแปลกประหลาดขึ้นบนเกาะฮ็อกไกโด และเสร็จสมบูรณ์ในปี ค.ศ. 1996 มันมิใช่ท่าอากาศยานที่ทันสมัย หรือฐานทัพที่ทรงประสิทธิภาพ หากคือเสายักษ์สูงเสียดฟ้าอันน่าพิศวงชวนมอง เสายักษ์ที่ไม่มีใครทราบถึงที่มาที่ไป

และคือเสายักษ์ที่กลายมาเป็นสัญลักษณ์ ความใฝ่ฝัน และคำมั่นสัญญาของคนสามคน

เรื่องราวเริ่มต้นขึ้นที่อาโอโมริ-จังหวัดที่อยู่เหนือสุดของดินแดนทางทิศใต้ ที่นั่น, สายตาของเด็กหนุ่มวัยมัธยมสองคนผู้เป็นเพื่อนสนิทกันคือ ฮิโรกิ (Hiroki Fujisawa) และทาคุยะ (Takuya Shirakawa) มักจะจับจ้องไปที่เสาขนาดมหึมา ความสูงเทียมฟ้าของมันช่างตรึงตาตรึงใจและชักนำให้พวกเขามีความฝันร่วมกัน นั่นคือการสร้างเครื่องบินทะยานข้ามเส้นแบ่งของดินแดน ผืนทะเล และฝ่าสายลมไปสู่เสายักษ์ที่ตั้งตระหง่านอยู่อีกฟากฝั่งของแผ่นดิน

 

พวกเขาใช้เวลาช่วงหยุดเรียนภาคฤดูร้อนทำงานพิเศษที่โรงงานของกองทัพ สะสมอุปกรณ์และอะไหล่เหลือใช้เพื่อนำมาสร้างเครื่องบินในเวลาว่าง ไม่นานนักความฝันของทั้งสองก็ค่อย ๆ ก่อตัวเป็นรูปเป็นร่างขึ้นมา

นอกจากของฮิโรกิและทาคุยะแล้ว, ซายูริ (Sayuri Sawatari) สาวน้อยผู้เป็นทั้ง-เพื่อนสนิทอีกคนหนึ่ง-และ-สิ่งที่ตราตรึงใจอีกสิ่งหนึ่ง-ของทั้งคู่ ก็เป็นอีกคนที่หลงใหลไปกับความพิศวงและความยิ่งใหญ่ของเสายักษ์ต้นนั้น วันหนึ่งเธอได้มีโอกาสไปเที่ยวโรงงานที่ทำงานพิเศษพร้อม ๆ กับฮิโรกิและทาคุยะ จิตใจของเธอสั่นไหวเมื่อได้รับรู้ถึงเป้าหมายและเห็นเครื่องบินรูปทรงแปลกตาอันเป็นตัวแทนความใฝ่ฝันของเด็กหนุ่มทั้งสองที่จอดอยู่อย่างนิ่งสนิท ซึ่งเธอเองก็แทบจะไม่รีรอเลยที่จะตอบตกลงเมื่อถูกเด็กหนุ่มเชื้อเชิญให้เดินทางไปยังจุดหมายร่วมกัน

"ขอบคุณนะ" ซายูริตอบด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น

"มันจะบินได้จริง ๆ หรือเปล่าก็ไม่รู้แฮะ" ทาคุยะยังเป็นกังวล

"ไม่ต้องห่วงหรอก มันจะต้องบินได้แน่ ๆ" ฮิโรกิพูดด้วยความมั่นใจ

"ถ้าอย่างนั้น เรามาสัญญากันเถอะนะ" เด็กสาวมีแววตาเปล่งประกาย

"อื้อ สัญญา" เด็กหนุ่มรับคำ

ที่นี่, ณ โรงงานร้าง รายล้อมไปด้วยขุนเขาและทิวทัศน์งามงดประดุจดั่งภาพฝัน, คำสัญญาแห่งความสัมพันธ์ก็ได้ถูกผูกโยงขึ้นอย่างเรียบง่าย ขณะนั้นเข็มนาฬิกาของทั้งสามแทบจะหยุดเดินไปชั่วครู่ และดูเหมือนว่าวันเวลาแห่งความสุขที่เกิดขึ้นจะคงอยู่ไปชั่วนิรันดร์

แต่ความแน่นอนคือความไม่แน่นอน หลายครั้งอนาคตที่อยู่ห่างไปไม่เพียงแค่กี่วินาทีกลับเลือนรางยิ่งกว่าอดีตที่ห่างไกล, เมื่อสิ้นสุดการปิดเรียนภาคฤดูร้อน ซายูริได้หายตัวไปจากเด็กหนุ่มทั้งสองโดยไม่มีแม้เพียงคำอำลา ปล่อยให้ความสับสนกัดกินหัวใจเพื่อนรักของเธอ

สามปีต่อมาฮิโรกิและทาคุยะล้มเลิกความฝัน พวกเขาหยุดการสร้างเครื่องบิน และเดินไปบนเส้นทางที่แตกต่างกัน ทาคุยะยังคงอยู่ที่อาโอโมริ ใช้ความสนใจต่อเสายักษ์ที่มีมาตั้งแต่อดีตของตนเป็นแรงผลักดันให้ก้าวเดินไปข้างหน้า ด้วยความอัจฉริยะที่มี, เขาก็ได้ก้าวเข้ามาเป็นทีมงานคนสำคัญของศูนย์วิจัยแห่งรัฐบาลญี่ปุ่นซึ่งกำลังศึกษาถึงผลกระทบของเสายักษ์ต้นนั้นที่มีต่อสิ่งรอบข้าง

ขณะที่สายตาของทาคุยะยังคงเพ่งมองไปที่เสายักษ์-สถานที่แห่งพันธะสัญญา-ฮิโรกิกลับต้องการที่จะลบภาพมันออกไป เขาย้ายไปเรียนต่อที่โตเกียวเพียงเพื่อไปให้ไกลจากมันที่สุดเท่าที่จะทำได้ แต่ถึงกระนั้น เมื่อใดที่ท้องฟ้าปลอดโปร่งเสายักษ์ของยูเนียนก็ยังคงปรากฏให้ฮิโรกิเห็นได้อย่างชัดเจน เขามักจะฝันเห็นตัวเองออกตามหาซายูริที่อยู่บนโลกอันเปล่าเปลี่ยวเดียวดาย ซึ่งทุกครั้งที่เขากำลังจะเอื้อมมือไปถึง เธอก็จะหายตัวไปและเหลือไว้เพียงความรู้สึกจาง ๆ

ยิ่งหลบหนี กลับยิ่งตามติด, ยิ่งอยากลืม กลับยิ่งจดจำ, ยิ่งมีผู้คนรอบข้าง กลับยิ่งเปลี่ยวเหงา, ฮิโรกิยังคงถูกหลอกหลอนโดยคำสัญญาที่เคยให้ไว้กับซายูริเมื่อฤดูร้อนคราวนั้น และไม่มีทางที่จะลบมันออกไปได้เลย

เช้าวันหนึ่ง ฮิโรกิได้พบจดหมายจากซายูริเขียนถึงเขาและทาคุยะ บอกถึงสาเหตุที่เธอหายตัวไป แท้จริงแล้วซายูริตกอยู่ในสภาวะความผิดปกติทางระบบประสาทที่ทางการแพทย์เรียกว่า Narcolepsy (ผู้ป่วยมีความผิดปกติเกี่ยวกับการนอนหลับ มีการนอนที่ยาวนานกว่าปกติ ควบคุมไม่ได้ มักจะมีการฝันและเห็นภาพหลอน) เนื้อความในจดหมาย-ที่เต็มไปด้วยความโดดเดี่ยวเดียวดาย-กลายมาเป็นแรงผลักให้ฮิโรกิก้าวเดินอีกครั้งหนึ่ง เขาออกตามหาซายูริเพื่อรักษาสัญญาที่ทั้งหมดเคยให้ไว้ร่วมกัน อันเป็นหนทางเดียวที่ฮิโรกิเชื่อมั่นว่าจะนำพาซายูริกลับสู่โลกแห่งความเป็นจริง

ที่สถาบันวิจัย, ทาคุยะต้องตกใจเมื่อได้รับรู้ว่าสถานที่อันเป็นจุดมุ่งหมายตั้งแต่เด็กของเขากลับกลายมาเป็นตัวการทำลายโลก เนื่องจากเสายักษ์มีความสามารถในการลบมิติบนโลกปัจจุบันและทดแทนด้วยจักรวาลคู่ขนาน แต่ความตกตะลึงที่เขาเพิ่งรับรู้กลับเป็นเพียงเศษเสี้ยวของความจริงที่ว่าพลังของเสายักษ์สัมพันธ์อยู่กับอาการผิดปกติของซายูริ จะด้วยสาเหตุอันใดก็ตาม, การหลับใหลของเธอเป็นตัวกดไม่ให้มันแสดงประสิทธิภาพอันน่าหวาดหวั่นออกมา เพราะฉะนั้นเมื่อใดที่เธอลืมตาตื่นขึ้น ประเทศญี่ปุ่นทั้งประเทศ ไม่สิ...โลกทั้งโลกคงต้องถึงกาลอวสานเป็นแน่

นับตั้งแต่วันนั้นเป็นเวลาสามปี, เด็กหนุ่มผู้เคยมีความฝันร่วมกัน เคยมองไปที่จุดเดียวกัน บัดนี้พวกเขาเติบโตขึ้นและมองไปสู่จุดหมายที่แตกต่างกัน ฮิโรกิมุ่งหวังแก้ไขเรื่องราวในอดีตที่เคยผิดพลาด และรอคอยการกลับมาของหญิงที่ตนเองรัก ขณะที่ทาคุยะมองไปที่ความเป็นไปของโลก และรอคอยอนาคตอันสดใส

บทสรุปของคนสามคน กับหนึ่งคำสัญญา กับหนึ่งความใฝ่ฝัน และความเป็นไปของมวลมนุษยชาติจะเป็นเช่นไร ขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของคนเพียงสองคน

The Place Promised in Our Early Days ทำให้ผมย้อนเวลากลับไปสู่วัยเด็ก ถอยสู่ห้วงเวลาที่จิตใจของเราบริสุทธิ์ไร้เดียงสา และยังไม่ถูกปนเปื้อนด้วยความเป็นจริงของสังคม เป็นวัยที่เราสามารถเอื้อนเอ่ยคำสัญญาได้อย่างจริงใจ และไม่ต้องหาเหตุผลอันใดนอกจากคน ๆ นั้นคือ-เพื่อนสนิท-ของเรา

"เรียนจบแล้วมาทำงานด้วยกันนะ" ผมยังจำคำพูดนี้ได้ดี

แม้ว่าปัจจุบัน เราจะเดินกันบนเส้นทางที่แตกต่างกันทั้งวิธีการ และเป้าหมาย

แม้ว่าเวลาที่เราเคยได้พบเจอกันเฉกเช่นในอดีตจะลดน้อยลงไป

แม้ว่าความเป็นจริงของชีวิต ข้อจำกัดของสังคม และกาลเวลาที่ล่วงเลยจะทำให้เราไม่สามารถทำตามข้อความแห่งพันธะสัญญาดังกล่าว และได้แต่เก็บมันเอาไว้ในส่วนลึกของจิตใจ

แต่กระนั้นความรู้สึกดี ๆ ความรัก ความห่วงใย และความเป็นเพื่อนที่เราเคยมีให้กัน จะยังคงเป็นสิ่งที่ฝังตรึงอย่างแนบแน่นและไม่มีวันเลือนหายไปจากใจ

แด่ความทรงจำและคำสัญญา ที่ทำให้เรามีกันและกันตลอดไป


 

The Place Promised in Our Early Days (Kumo no Mukō, Yakusoku no Basho) ผลงานอนิเมชันของคุณมาโคโตะ ชินไกเจ้าพ่อวงการแสงและเงา ผู้สร้าง Voices of a Distant Star ด้วยตัวเพียงคนเดียว คราวนี้เขามาพร้อมกับลูกทีมครบมือ และสร้างสรรค์ออกมาเป็นภาพยนตร์อนิเมชันเต็มรูปแบบความยาว 90 นาที

ด้วยเนื้อเรื่องลึกซึ้งกินใจที่เต็มไปด้วยอารมณ์เปลี่ยวเหงาตามสไตล์ถนัดของคุณชินไก การอนิเมชันที่ปราณีตงดงาม เพลงประกอบที่ไพเราะ (มาก ๆ)ทำให้ Kumo no Mukō เป็นหนึ่งในอนิเมชันแห่งยุคที่ต่อให้ไม่มีซับไตเติ้ลหรือดูไม่รู้เรื่อง แต่แค่นั่งนิ่ง ๆ ดูภาพฉายอันงดงาม และฟังดนตรีประกอบ ก็สุดจะคุ้มแล้วล่ะครับ


 

 


เข้าชม : 7302    [ ขึ้นบน ]
ภาพยนตร์เรื่องนี้อยู่ในประเภท: Animation: SubtitleThai: SubtitleEnglish



หนังการ์ตูนเรื่องอื่นๆที่น่าสนใจ..ลองเข้าไปดูซิครับ