[ ดูREVIEWทั้งหมด ]

 

 

Still Life (2006)

(บรรยายไทย)

 

กำกับ:Zhang Ke Jia   สร้าง:Tianyan Wang, Pengle Xu, Jiong Zhu  เขียนบท:Zhang Ke Jia, Na Guan, Jiamin Sun ดนตรี:Giong Lim  ถ่ายภาพ: Lik Wai Yu ตัดต่อ:Jing Lei Kong   เวลา: 111 min
ประเทศ:China  ภาษา:Mandarin  แนว:Drama Subtitle: ไทย

นักแสดง: Tao Zhao ... Shen Hong
Zhou Lan ... Huang Mao
Sanming Han ... Sanming
Lizhen Ma ... Missy Ma
Hongwei Wang ... Wang Dongming

 

"รางวัลสิงโตทองคำจากเทศกาลเวนิสฟิล์มเฟสติวัลปี 2006" หลังจากเวนิซผ่านไปเกือบสัปดาห์ผู้จัดงานก็เพิ่งประกาศว่ามีหนังเรื่องนี้เข้าร่วมประกวดในฐานะหนังเซอร์ไพรส์ (และมันก็เซอร์ไพรส์จริงๆเมื่อคว้ารางวัลใหญ่ไปครองและเป็นการยืนยันว่าหนังเพื่อสังคมนั้นมาแรงจริงๆ) งานของเจี่ยจางเคอ (The World,Unknown Pleasures ,Platform) (ยังคงเต็มไปด้วยลีลานิ่งเนิบที่พูดถึงปัญหาสังคมของชาวจีนร่วมสมัยเช่นเคยโดยครั้งนี้เขาเล่าชีวิตของชาวบ้านที่ต้องตกระกำลำบากและละทิ้งบ้านแห่งเดียวของชีวิตเมื่อรัฐบาลประกาศสร้างเขื่อนสามโตรกเจี่ยบอกว่า "เรารู้กันดีว่าประเทศจีนกำลังพบกับความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ซึ่งส่งผลกระทบต่อชีวิตประจำวันของคนตาดำๆ หนังของผมนำเสนอประเด็นนี้"

เรียบเรียงจาก Bioscope ฉบับที่ 59 งานของเจี่ยจางเคอทีผ่านมาล้วนพูดถึงปัญหาสังคมของชาวจีนร่วมสมัยทั้งสิ้นอาทิ (The World, Unknown Pleasures และ Platform) รู้จักเจี่ยจางเคอเพิ่มเติมได้ที่ Bioscope ฉบับที่ 58

 


บทวิจารณ์ เรื่อง  Still Life (2006)

คอลัมน์ อาทิตย์เธียเตอร์ จาก หนังสือพิมพ์มติชน
โดย พล พะยาบ
www.aloneagain.bloggang.com

หากจาง อี้ โหมว คือนักสร้างหนังจากจีนแผ่นดินใหญ่ที่โลกจับตามองด้วยความชื่นชมยกย่องตลอดทศวรรษก่อน ผู้ที่ก้าวขึ้นมาอยู่ในตำแหน่งเดียวกัน ณ เวลาปัจจุบันย่อมเป็น เจี่ย จาง เคอ

ความคลับคล้ายใกล้เคียงระหว่างจาง อี้ โหมว เจ้าของผลงานมีชื่ออย่าง Ju Dou (1990) Raise the Red Lantern (1991) และ The Road Home(1999) กับเจี่ย จาง เคอ คือทั้งสองต่างผ่านการสู้รบปรบมือกับกองเซ็นเซอร์จีนมาพอสมควร โดยฝ่ายแรกเคยถูกห้ามฉายผลงานในบ้านเกิดและถูกสั่งแก้ไขบทบ่อยครั้ง ขณะที่ฝ่ายหลังเริ่มต้นทำหนังโดยไม่ได้รับการรับรองฐานะเป็นผู้กำกับฯ เพราะเลือกทำงานแบบ "ใต้ดิน" เพื่อเลี่ยงการเซ็นเซอร์

ความบังเอิญที่มาคล้องจองกันอีกประการหนึ่งคือ ทั้งสองต่างประสบความสำเร็จคว้ารางวัลสิงโตทอง อันเป็นรางวัลสูงสุดจากเทศกาลหนังเวนิซ ประเทศอิตาลี ด้วยผลงานลำดับที่ 5 เหมือนกัน (นับเฉพาะหนังยาว) นั่นคือ จาง อี้ โหมวกับ The Story of Qiu Ju ในปี 1992 ส่วนรุ่นน้องกับผลงานเรื่อง Still Life ในปี 2006

เหตุที่ผู้เขียนอ้างอิงถึงจาง อี้ โหมวในการเขียนถึงเจี่ย จาง เคอไม่ใช่เพียงเพราะสถานะหรือความสำเร็จซึ่งคลับคล้ายกันดังที่กล่าวมา แต่เพราะจาง อี้ โหมวค่อนข้างเป็นที่รู้จักในหมู่ผู้ชมคนไทย (ผลงานล่าสุดที่ฉายในบ้านเราคือ Curse of the Golden Flower)

ที่สำคัญคือ ผลงานของทั้งคู่ที่ประสบความสำเร็จอย่างนับเนื่องและเชื่อมต่อกัน เป็นเสมือนบทบันทึกอย่างดีที่สะท้อนให้เราเห็นภาพความเปลี่ยนแปลงทางสังคมของจีนซึ่งกำลังหลั่งไหลรวดเร็วไปตามกระแสโลกปัจจุบัน และไม่มีอะไรมาต้านขวางได้


จากคุณค่าของสังคมจีนดั้งเดิมหรือสังคมชนบทตั้งแต่ยุคปิดประเทศในหนังของจาง อี้ โหมว สู่ภาพของสังคมดั้งเดิมที่ล่มสลาย คนชนบทกลับกลายเป็นคนเมืองภายใต้วิถีชีวิตสมัยใหม่ในช่วงเวลาที่จีนกลายเป็นส่วนหนึ่งของโลกไร้พรมแดน ในหนังของเจี่ย จาง เคอ

ใน The World (2004) ผลงานลำดับก่อนหน้านี้ เจี่ย จาง เคอใช้ฉาก "เวิลด์ ปาร์ค" อันเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่จำลองสถานที่สำคัญทั่วโลกมารวมกันไว้ แล้วให้ตัวละครซึ่งล้วนแต่เดินทางมาจากต่างจังหวัดใช้ชีวิตอยู่ในนั้น เพื่อสื่อให้เห็นว่าคนจีนยุคใหม่ได้กลายเป็นส่วนหนึ่งของโลก แต่ขณะเดียวกันคุณภาพชีวิตของพวกเขายังตกต่ำ

มาถึง Still Life หรือ Sanxia haoren หนังเรื่องล่าสุดมี "เขื่อนซานเสีย" ที่ได้ชื่อว่าใหญ่ที่สุดในโลก และว่ากันว่าสามารถมองเห็นจากนอกโลกเป็นฉากหลังอันทรงพลัง พร้อมกับสะท้อนภาพชีวิตของคนมากมายที่ได้รับผลกระทบจากย่างก้าวสู่ความเจริญรุดหน้าในครั้งนี้

หนังพาไปยังเมืองเฟิงเจีย มณฑลเสฉวน บนฝั่งแม่น้ำแยงซีเกียง เมืองที่มีการอพยพโยกย้ายผู้คนจำนวนมากที่สุดเพราะเหตุน้ำท่วมหลังการสร้างเขื่อน ซานหมิง คนงานเหมืองถ่านหินวัยกลางคนล่องเรือมาจากซานซีบ้านเกิดเพื่อตามหาภรรยาที่หนีหายไปตั้งแต่ 16 ปีก่อน และลูกสาวที่เขาไม่เคยพบหน้า ปัญหาคือสถานที่อันเป็นที่อยู่ของภรรยาตามที่เขียนทิ้งไว้บนซองบุหรี่เก่าคร่ำ บัดนี้จมอยู่ใต้น้ำเสียแล้ว

ซานหมิงสอบถามจากผู้คนที่ยังหลงเหลือ กระทั่งได้พบพี่ชายของภรรยาและได้ข้อมูลว่าเธอล่องเรืออยู่ที่อี๋ชาง อาจจะ 1-2 เดือนจึงจะกลับมา ระหว่างการรอคอยซานหมิงทำงานเป็นคนงานทุบตึกในเมืองร้างที่กำลังจะกลายเป็นพื้นที่น้ำท่วมในอนาคต และเข้าพักแรมในห้องเช่ารวมราคาถูกร่วมกับคนงานคนอื่นๆ

นอกจากเรื่องราวของซานหมิงแล้ว ยังมี เสินฮง นางพยาบาลผู้เดินทางมายังเมืองเหนือเขื่อนเพื่อตามหาสามีที่ห่างหายกันไป 2 ปี ดูจากสีหน้าท่าทางแล้วเหมือนว่าเธอต้องการให้เขากลับมาหาเธอ ข้อมูลที่เสินฮงมีคือเขาเคยทำงานในโรงงานในเขตเมืองเฟิงเจียที่ปัจจุบันปิดตัวลงแล้ว

เสินฮงไปขอความช่วยเหลือจากตงหมิง เพื่อนสนิทของสามีซึ่งทำงานเป็นคนขุดหาโบราณวัตถุก่อนจะต้องจมอยู่ใต้น้ำ หลังจากตระเวนหาอยู่ทั้งวัน วันรุ่งขึ้นเธอก็ได้พบสามี แต่ธุระที่เสินฮงบอกแก่เขากลับกลายเป็นว่าเธอมีคนรักใหม่และต้องการหย่า

ณ เขื่อนยักษ์อันเป็นฉากหลัง ในดินแดนที่กำลังสูญสลายและเกิดใหม่ ชายคนหนึ่งมาที่นี่เพื่อตามหาและขอคืนครอบครัวของตนเอง ขณะที่หญิงสาวเดินทางมาเพราะต้องการยุติชีวิตคู่เพื่อเริ่มต้นชีวิตคู่ครั้งใหม่

หนังของเจี่ย จาง เคอไม่ได้เดินตามขนบแบบงานของจาง อี้ โหมว ไม่มีเค้าโครงให้จับต้องได้มากนัก ขณะที่เนื้อหาเรื่องราวก็เหมือนปล่อยให้คืบเคลื่อนอย่างเชื่องช้าโดยให้ผู้ชมเฝ้าติดตามกันเอง ด้วยภาพเล่าเรื่องจำนวนมาก เน้นการสื่อความหมายและอารมณ์ความรู้สึก กับบทสนทนาซึ่งมีไม่มากนัก ผลคือหนังของเขาไม่ใช่งานที่เดินเข้าหาผู้ชม แต่เป็นงานที่คอยเรียกร้องให้ผู้ชมเข้าหา

อย่างไรก็ตาม สำหรับ Still Life ถือว่าเจี่ย จาง เคอตะล่อมงานของเขาให้กระชับมากขึ้น เป็นกันเองมากขึ้น ฉากปล่อยยาวหรือ long take แทบจะไม่มีให้เห็น จนหนังมีความยาวประมาณชั่วโมงครึ่งเท่านั้น ต่างจาก The World ซึ่งยาวถึง 140 นาที เมื่อได้การถ่ายภาพมีมิติงดงามอันเป็นจุดเด่นของเจี่ย จาง เคอ การนำเสนอความขัดแย้งแตกต่างด้วยอารมณ์ยั่วล้อ แล้วยังภาพแฟนตาซีเกินจริงที่ใส่แทรกมาให้ตื่นตะลึงท่ามความนิ่งงัน Still Life จึงเป็นงานที่น่าติดตามค้นหาอย่างยิ่ง

แล้วหนังเรื่องนี้สื่อถึงอะไร...ถ้าจะบอกว่าสะท้อนผลกระทบของการสร้างเขื่อนยักษ์ก็น่าจะได้ แต่ไม่ใช่ทั้งหมดและไม่ใช่ประเด็นหลัก อันที่จริงหนังกล่าวถึงความเปลี่ยนแปลง การล่มสลาย และการดำรงรักษาคุณค่าบางประการในสังคมจีนที่กำลังเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วและหนักหน่วง โดยสื่อผ่านสัญลักษณ์มากมาย ไม่ว่าจะเป็นเขื่อน สายน้ำ ซากปรักหักพัง ธนบัตร ลูกกวาด ซองบุหรี่ ไปจนถึงโจว เหวิน ฟะ และเจ้าพ่อเซี่ยงไฮ้

ส่วนจะสื่ออย่างไรนั้น โปรดติดตามในตอนต่อๆ ไปครับ

ที่มาจากหนังสือพิมพ์


(บทความนี้ตัดตอนมาจาก http://www.oknation.net/blog/julyrhapsody/2008/07/13/entry-1 )

อดีตมีไว้ให้ละทิ้ง - Still Life

กว่าพันปีก่อนกวีเอกแห่งราชวงศ์ถัง, หลี่ไป๋, ล่องเรือน้อยบนแม่น้ำแยงซี (Yangtze River) ชื่นชมธรรมชาติแห่งสามผาสงบสุขซาบซึ้งเสียจนพรรรณาออกมาเป็นบทกลอนงดงามอมตะ มาบัดนี้หลายคนที่ล่องเรือในแม่น้ำสายเดิม อาจรู้สึกยากจะดื่มด่ำกับความสวยงามธรรมชาติสรรสร้างที่เหลือน้อยลงทุกวัน ๆ กลับสับสนวุ่นวายใจกับการท่องเที่ยวเอะอะโวยวายเสียงดังทั้งเรือเล็กเรือใหญ่ และวัตถุใหม่ล่าสุดที่ชาวจีนกำลังชื่นชมว่าพวกเขาเอาชนะธรรมชาติได้ นั่นคือ "เขื่อนสามผา"

ผลพวงจากการสร้างอภิมหาเขื่อนสามผา (Three George Dam) ที่ใหญ่ที่สุดในโลกมูลค่า 2 พันกว่าล้านเหรียญที่กินอาณาบริเวณจากฉงชิ่ง (Chongqing) เรื่อยมาจนถึงอี้ชาง (Yichang) เป็นโครงการที่พรรคคอมมิวนิสต์อ้างว่าสานวิสัยทัศน์ของดร.ซุนยัดเซ็น แต่สั่นสะเทือนชีวิตและจิตใจคนจีนกว่า 3-4 แสนคนต้องอพยพออกจากพื้นที่สร้างผลกระทบทางสังคมประเมินมูลค่าไม่ได้ ไม่นับการสูญเสียทางอารยธรรมที่คู่บ้านคู่เมืองมากว่า 2 พันปี
 

สำหรับประเทศที่ไม่ค่อยใส่ใจสิทธิมนุษยชนมากเท่าเป้าหมายส่วนรวม เรื่องราวทางสังคมเหล่านี้อาจมีชาวจีนน้อยคนสนใจหรือพยายามลืม ๆไปเสีย แต่สามารถซึมซับได้จากภาพชีวิตต่อเนื่องของภาพยนตร์เรื่อง Still Life ของเจียจางเค่อ (Jia Zhangke) ผู้กำกับรุ่นที่ 6 ของจีน ที่มีสไตล์ทำหนังประหนึ่งสารคดีถ่ายทำด้วยกล้องวิดีโอดิจิตอลเรียบ ๆ ง่าย ๆ ด้วยชื่อภาษาจีนแบบประชด ๆ ยังไงก็ไม่รู้ *คนดีแห่งสามผา* (San Xia Hao Ren) ที่ไม่รู้ว่าจะหลงเหลือใครอยู่บ้างเมื่อเมืองกำลังจะจมอยู่ใต้น้ำหมดแล้ว

แม้จะเริ่มต้นภาพยนตร์ด้วยการแพนกล้องพาดผ่านผู้คนหลากหลายมากมาย แต่ก็มาหยุดอยู่กับตัวเอกหลัก ๆ เพียง 2 คน คนแรกคือชายวัยกลางคนชนชั้นแรงงาน (แสดงโดยฮั่นซานหมิง/Han Sanming) เขามาไกลจากชานซี (Shanxi) มาที่เฟิงเจี๋ย (Fengjie) เมืองเล็ก ๆ อยู่ห่างจากปลายเขื่อนสามผาประมาณ 150 ไมล์ เพื่อตามหาภรรยาและลูกที่จากไกลกันนาน 16 ปี

ไม่เพียงแต่เขาที่ตามหารักเก่าที่หายไป เรื่องราวถัดมาเป็นผู้หญิง เซิ่นหง/Shen Hong (รับบทโดยเจ้าเถา/Zhao Tao) คือนางพยาบาลมาจาก Shanxi เช่นกัน เธอกำลังตามหาสามีที่จากกัน 2 ปี เขาทิ้งอดีตล็อคข้าวของไว้ในโรงงานเก่าปิดกิจการที่นั่น มาเป็นนักธุรกิจที่ประสบความสำเร็จที่อี้ชาง (Yichang) ท่ามกลางซากปรักหักพังของบ้านเรือนที่ต้องรื้อถอน

เรื่องราวของคนทั้งคู่สอดแทรกด้วยชีวิตผู้คนที่พบพานระหว่างทาง ล้วนแล้วแต่ต้องต่อสู้กับความขัดแย้งของอดีต จุดเปลี่ยนของปัจจุบันครอบงำด้วยโลกวัตถุนิยมและอนาคตที่เต็มไปด้วยความหวัง พร้อม ๆ กับฉายภาพระบายสีสันด้วยวัฒนธรรมป๊อปประปราย เช่น เพลงเก่ารำลึกความรักความหลังฝังใจ กับเพลงดังจากแดนศิวิไลซ์ อย่าง เจ้าพ่อเซี่ยงไฮ้จากฮ่องกง รวมทั้งพี่มาร์ค (โจวเหวินฟะ)ที่โด่งดังสุดขีดจากโหด-เลว-ดี ก็กลายเป็นต้นแบบ (role model) ให้วัยรุ่นนักเลงแห่งแผ่นดินใหญ่เสียด้วย

"อดีต" หรือความ "อนุรักษ์นิยม" เป็นเสมือนภาระรบกวนจิตใจและสิ่งบอบช้ำที่ชาวจีนจำเป็นต้องลืมเพื่อดิ้นรนเอาชีวิตรอดต่อไปท่ามกลางสังคมที่เปลี่ยนแปลง ดังที่ถ่ายทอดออกจากปากหญิงวัยกลางคนผู้หนึ่งที่ตัดสินใจจะอพยพไปอยู่กวางตุ้งหลังจากที่รัฐบาลสั่งให้ "ทุบตึก" ที่อาศัยอยู่ โดยทิ้ง *ภาระ* คือสามีพิการจากการทำงานในเหมืองไว้เบื้องหลัง ด้วยเหตุผลสั้น ๆ

"ดีกว่ากอดคอกันตายหมู่"

และดูเหมือนคนจีนยินยอมละทิ้งอดีตเพื่ออนาคตได้ง่ายดายจริง ๆ ขนาดที่ว่าประธานเหมาเจ๋อตุง ผู้นำพรรคคอมมิวนิสต์ตลอดกาลยังต้องหลุดหายไปจากธนบัตร หลีกทางให้กับ*ปัจจุบัน* เมื่อจีนกำลังโปรโมทโอลิมปิคเกมส์ 2008 สุดตัว เครื่องมือในการเพิ่มพูนเศรษฐกิจสะพัดแห่งปี

ภาพสเตเดี่ยมรังนก สัญลักษณ์ของ Beijing 2008 บนธนบัตรราคา 10 หยวน (ภาพจากBBC)

รางวัล

Asian Film Awards
Year Result Award Category/Recipient(s)
2007 Won Asian Film Award Best Director
Zhang Ke Jia

 
Nominated Asian Film Award Best Composer
Giong Lim

 
Best Film

 
 
Durban International Film Festival
Year Result Award Category/Recipient(s)
2007 Won Best Direction
Zhang Ke Jia
Jia Zhang-Ke takes us along with his protagonists to an unknown land, and employs his mastery over all the elements of filmmaking to submerge us in this poetic world. A masterpiece by a master filmmaker.
 
 
Kinema Junpo Awards
Year Result Award Category/Recipient(s)
2008 Won Kinema Junpo Award Best Foreign Film

 
Best Foreign Film Director
Zhang Ke Jia

 
 
Mainichi Film Concours
Year Result Award Category/Recipient(s)
2008 Won Mainichi Film Concours Best Foreign Film

 
 
Venice Film Festival
Year Result Award Category/Recipient(s)
2006 Won Golden Lion
Zhang Ke Jia

 
 

 

 


เข้าชม : 6565    [ ขึ้นบน ]
ภาพยนตร์เรื่องนี้อยู่ในประเภท: originAsian: curious: SubtitleThai: SubtitleEnglish: recommend



หนังเอเชียเรื่องอื่นๆที่น่าสนใจ..ลองเข้าไปดูซิครับ