[ ดูREVIEWทั้งหมด ]

 

 

The Diving Bell and the Butterfly (2007)

(มีบรรยายไทยแล้ว)

 

กำกับ: Julian Schnabel
สร้าง: Kathleen Kennedy, Jon Kilik
เขียนบท: Ronald Harwood

บทประพันธ์: Jean-Dominique Bauby
นักแสดงMathieu Amalric, Emmanuelle Seigner, Marie-Josée Croze, Max Von Sydow
ถ่ายภาพ: Janusz Kaminski
ตัดต่อ: Juliette Welfling
เวลา: 112 minutes
ประเทศ: France
ภาษา: French

แนว: Biography | Drama

Subtitle: English/ไทย

 

The Diving Bell and the Butterfly” ภาพยนตร์ที่สร้างจากหนังสือขายดีว่าด้วยอัตชีวประวัติของ Jean-Dominique Bauby อดีตบรรณาธิการนิตยสาร Elle ที่ชะตาชีวิตพลิกผันต้องเป็นอัมพาตทั้งตัวตั้งแต่อายุเพียง 43 ปี ซึ่งในความโชคร้ายนั้น เขาได้ใช้จินตนาการเพียรเขียนหนังสือเล่มนี้ออกมาผ่านทางการกระพริบเปลือกตาซ้ายแทนการสะกดคำทีละตัวอักษร ผลงานกำกับสุดแสนละเมียดของผู้กำกับ Julian Schnabel ซึ่งสามารถยืนยันฝีมือได้ด้วยสองรางวัลผู้กำกับยอดเยี่ยมจากสองเวทีภาพยนตร์ระดับโลกอย่าง เวทีเทศกาลภาพยนตร์เมืองคานน์ และเวทีลูกโลกทองคำ

 

This article is about a film. For memoir by Jean-Dominique Bauby, see The Diving Bell and the Butterfly.

The Diving Bell and the Butterfly is a 2007 film based on the memoir of the same name by Jean-Dominique Bauby. The film depicts Bauby''s life after suffering a massive stroke at the age of 43, which left him with a condition known as locked-in syndrome. The condition paralyzed him, with the exception of his left eyelid, so that he could only communicate by blinking. The film was directed by Julian Schnabel, written by Ronald Harwood and stars Mathieu Amalric as Bauby. It won awards at the Cannes Film Festival, the Golden Globes and the BAFTA Awards, as well as four Academy Award nominations.
 


(ตัดตอนจาก The Diving Bell and the Butterfly (Le scaphandre et le papillon) )

.: Le Scaphandre et le Papillon :.
(The Diving Bell and the Butterfly)



 
ด้วยเพราะเป็นหนังที่คว้ารางวัลผู้กำกับยอดเยี่ยมจาก ทั้งเทศกาลหนังเมืองคานส์และเวทีลูกโลกทองคำให้กับผู้กำกับ Julian Schnabel ได้เมื่อปีก่อน คอหนังบ้านเราก็เลยมีโอกาสได้ชม Le Scaphandre et le Papillon หรือ The Diving Bell and the Butterfly ในเทศกาลหนังฝรั่งเศสปีนี้ด้วย

The Diving Bell and the Butterfly สร้างจากหนังสืออัตชีวประวัติของ Jean-Dominique Bauby เพลย์บอยหนุ่มอดีตบรรณาธิการนิตยสาร Elle ที่ชะตาชีวิตพลิกผันกลายเป็นอัมพาตทั้งตัวตั้งแต่อายุเพียง 43 ปี และถึงแม้จะไม่สามารถขยับร่างกายส่วนไหนได้เลย นอกจากเปลือกตาซ้าย Jean-Do ก็ยังใช้ช่วงชีวิตที่เหลือเล่าเรื่องความทรงจำและจินตนาการของเขา จนกลายเป็นหนังสือเล่มนี้ขึ้นมา ด้วยการกะพริบตาแทนตัวอักษรแต่ละตัว โดยมีคนรอบข้างมาทำหน้าที่เป็นมือให้กับเขา

และถึงแม้ เรื่องราวจะออกแนวรันทดหดหู่แค่ไหน แต่ Julian Schnabel ก็สามารถเล่าเรื่องราวได้อย่างละเมียดละไม ไม่จงใจบีบคั้นอารมณ์จนมากเกิน แต่ก็ถ่ายทอดความรู้สึก ความทรงจำ และจินตนาการของคนที่ถูกขังอยู่ในร่ายกายของตัวเองได้อย่างไม่ขาดตกบกพร่อง เสียดายที่มีสัญลักษณ์ในหนังบางอย่างที่อยู่เหนือความเข้าใจของผม ซึ่งถ้าผมได้อ่านหนังสือมาก่อนอาจจะเข้าใจได้มากกว่านี้

อีกสิ่งที่ยอดเยี่ยมไม่แพ้กันในหนังเรื่องนี้ก็คือ ฝีมือของทีมนักแสดง โดยเฉพาะ Mathieu Almaric ที่มารับบท Jean-Do เพราะนอกจากจะต้องทำปากเบี้ยว ตาโพลงตลอดทั้งเรื่องแล้ว ยังต้องถ่ายทอดอารมณ์ทางสีหน้าให้ผู้ชมเข้าใจอีกด้วย

 

 


(ตัดตอนจาก http://kirakira.exteen.com/20080619/the-diving-bell-and-the-butterfly)

ภาพยนตร์เรื่องเยี่ยมที่สร้างมาจากหนังสือมหัศจรรย์ชื่อเดียวกัน (หรือที่ฉบับแปลไทยใช้ชื่อตรงตัวว่า ''ชุดประดาน้ำและผีเสื้อ'') ที่กวาดรางวัลมาแล้วทั่วโลก รวมทั้งได้รับการเสนอเข้าชิง 4 รางวัลออสการ์ในปีที่ผ่านมา (ผกก. ยอดเยี่ยม Julian Schnabel , Cinematography, Editing และบทดัดแปลงยอดเยี่ยม) ที่เขียนขึ้นโดย Jean-Dominique Bauby อดีตบรรณาธิการนิตสารแอล ที่ป่วยเป็นโรค Locked-in syndrome สามารถขยับตัวได้โดยการกระพริบตาซ้ายเพียงข้างเดียวเท่านั้น! ... เทคนิคการถ่ายภาพที่ได้มือฉมังอย่างตากล้องคู่บุญของ ผกก. สปีลเบิร์ก - Janusz Kaminski มารับผิดชอบ แทบจะทำให้คนดูรับรู้ได้ตั้งแต่วินาทีต้นๆ ที่หนังเปิดเรื่องว่าสำหรับ ''ฌอง-โด'' แล้ว เขามีความรู้สึกอย่างไร และในหลายๆ ช่วง ภาพดังกล่าวก็เป็นตัวแทนของสายตาของเขาที่สามารถมองเห็นผู้อื่น รวมทั้งลูกเล่นที่ใช้กับการกระพริบตาอีกด้วย

ถึงแม้ธีมของเรื่องจะเป็นหนังดราม่าอันหนักหน่วงถึงชีวิตที่พิการและดูเหมือนจะน่าสงสารสุดๆ แต่ด้วยอารมณ์ขันจาก ''เสียงความนึกคิด'' ของฌอง-โด ที่แทรกอยู่เป็นระยะๆ ตามรายทาง ก็ทำให้คนดูแอบอมยิ้มตามไม่ได้ ... ผู้แสดงเป็น ฌอง-โด Mathieu Amalric (ว่าที่ตัวร้าย คู่ต่อกรกับ มร.เจมส์ บอนด์ แดเนียล เครก ภาคต่อไป Quantum of Solace) ให้การแสดงที่ยอดเยี่ยม ด้วยดวงตาที่ต้องเบิกโพลง กระพริบเมื่อถึงเวลาต้องกระพริบ ปากอันบูดเบี้ยว และท่าทางที่ผิดธรรมชาติเกือบทั้งเรื่อง (ยกเว้นช่วงย้อนอดีต) รวมทั้งผู้คนที่รายรอบไม่ว่าจะเป็น แพทย์, พยาบาล, หมอฝึกพูด, เจ้าหน้าที่ผู้สื่อสาร, ภรรยา และลูกทั้ง 3 คน, เพื่อนๆ และ พ่อของเขา (Max von Sydow) ... หนังเรื่องนี้ทำเอาผมถึงกับน้ำตาซึมไปหลายฉากเลยทีเดียว

ถือได้ว่าเป็นหนังที่ ''เสริมสร้างกำลังใจ'' ให้แก่คนดูอย่างแรง ว่าชีวิตที่ได้เกิดมาเป็นมนุษย์นั้นสวยงามเพียงใด ... เพราะกระทั่งคน (ที่ดูเหมือนจะ) พิการอย่าง ฌอง-โด ผู้เปรียบเทียบว่าแม้ร่างกายของเขาจะเสมือนดั่งถูกกักขังอยู่ในชุดประดาน้ำอันหนักอึ้งที่กำลังจมดิ่งลงสู่ก้นทะเลลึก ไม่อาจดิ้นรนหนีไปไหนได้ แต่กลับไม่สามารถขังความรู้สึกนึกคิดและความทรงจำที่สวยงามแห่งจิตวิญญาณอันเสรี ที่จะโบยบินไปประหนึ่งผีเสื้อของเขาได้ ... แล้วเราๆ ท่านๆ ผู้ยังคงมี 1 สมอง 2 มือครบถ้วน จะมัวมานั่งซังกะตาย หมดอาลัยตายอยากกับชีวิตอยู่ได้อย่างไรกัน ..........


The Diving Bell and the Butterfly : ผีเสื้อของโบบี้

(ตัดตอนจาก http://www.bioscopemagazine.com/smf/index.php?topic=1307.0 )


เมื่อชีวิตทั้งชีวิตของ ฌอง โดมินิกส์ โบบี้ ถูกพันธนาการโดยร่างกายของเขาเอง สองสิ่งที่โลดแล่นพลุ่งพล่านอยู่ภายในก็คือความคิดและจินตนาการ เพียงผ่านพ้นการยอมรับสภาพอันจริงแท้ของตนเองเท่านั้น คนที่เหลือเครื่องมือสื่อสารกับคนอื่นเพียงแค่เปลือกตาซ้ายข้างเดียวเท่านั้น ก็ยังสามารถเขียนหนังสือหนาเป็นเล่ม ๆ ได้ แต่เขาจะทำเช่นนี้ได้ไหม เขาจะมีโอกาสได้เขียนไหม หากเขาไม่ใช่บรรณาธิการหนังสือ แอล ผู้โด่งดังและประสบความสำเร็จในชีวิตอย่างสูงมาก่อน

จูเลียน ชนาเบล หยิบเอา The Diving Bell and the Butterfly มาทำเป็นภาพยนตร์ที่แฝงอารมณ์ขัน มองโลกในแง่ดี แม้ในขณะเดียวกันก็กำลังวิพากษ์วิจารณ์ ‘ความเป็นคน’ ในแบบของโบบี้อยู่ด้วยก็ตาม

ก่อนจะเกิดเหตุการณ์เลวร้ายในชีวิตของเขาด้วยอาการเส้นเลือดในสมองแตก โบบี้ก็เป็นเช่นคนที่ประสบความสำเร็จในชีวิตอย่างสูงทั่วไป เขาเชื่อมั่นในตนเองและคิดว่าโลกอยู่ใต้ฝ่าเท้าของเขาตลอดมา (เขาหย่าร้างจากครอบครัวโดยไม่รู้สึกอะไร มีแฟนไปทั่ว ใช้ชีวิตส่ำส่อน และเลยเถิดไปถึงการปฏิเสธความเชื่อแบบคาธอลิค โดยเฉพาะอย่างยิ่งที่เกี่ยวกับพระแม่มารีและเซ็กส์) ยิ่งผู้เป็นพ่อให้การยอมรับในตัวเขามากเท่าใด(ฉากที่โบบี้โกนหนวดให้พ่อ เป็นฉากที่น่ารักมาก) มันก็ยิ่งทำให้เขาวางใจในชีวิตที่ดีและความสำเร็จของตนมากยิ่งขึ้นเท่านั้น

แต่ชีวิตเป็นเรื่องซับซ้อน ไม่มีอะไรแน่นอนเลย วันหนึ่งขณะขับรถอยู่กับลูกชาย โดยไม่มีสิ่งใดเตือนให้ทราบล่วงหน้า จู่ ๆ เขาก็เกิดอาการพูดตะกุกตะกักจนต้องจอดรถลงที่ไหล่ทาง แล้วสิ่งที่เขาเคยวางใจก็อันตรธานลงหมดสิ้น คนบาปอย่างโบบี้ต้องตกอยู่ในสภาพอัมพาตทั้งตัว ยกเว้นเพียงเปลือกตาข้างซ้ายเท่านั้น และ ณ สถานพยาบาลริมชายทะเลในเมืองแบร์กนี้เอง ที่เขาได้พบกับพระแม่มารีตัวจริง คือนักบำบัดที่แนะวิธีสื่อสารด้วยเปลือกตาให้แก่เขา

หนังเปิดเรื่องด้วยภาพแทนสายตาของโบบี้ภายหลังเหตุการณ์นั้นได้เกิดขึ้นแล้ว และจูเลียน ชนาเบล จงใจใช้ภาพมุมแคบที่พร่ามัว และบางช่วงก็ถึงขั้นเลือนรางเพื่อแทนภาพที่ตัวเอกมองเห็นอยู่นานกว่าสี่สิบนาที และสิ่งที่เป็นผลลัพธ์ก็คือความรู้สึกของคนดูถูกสวมทับด้วยอารมณ์ความรู้สึกของโบบี้อย่างแนบสนิท ทั้ง ความอึดอัดที่เกิดขึ้นจากมุมภาพอันคับแคบที่มองผ่านดวงตาข้างเดียวของโบบี้ รวมทั้งภาพเปลือกตาอีกข้างหนึ่งที่กำลังถูกเย็บเข้าด้วยกันในขณะที่เขาพยายามร่ำร้องว่าอย่าเย็บมันสิ

แต่ไม่มีใครได้ยินเขาเลย


จากอารมณ์ฟุ้งซ่านที่ต้องกลายเป็นคนพิการได้พัฒนาเป็นการปรารถนาในความตาย แต่เขาก็เริ่มทำใจได้ทีละน้อยจนกลายเป็นผู้ป่วยที่มีอารมณ์ขันร้าย ๆ อย่างเหลือเชื่อ โดยคนรอบข้างเสียอีกที่กลับรู้สึกกับเขาในแบบที่เขาไม่เคยอยากให้เป็น

จากความคิดที่แล่นพล่านไม่หยุดนิ่งในร่างกายที่ไม่สามารถขยับเขยื้อน ซึ่งเขาเปรียบเปรยว่าตนเองถูกจองจำอยู่ในชุดประดาน้ำ โบบี้ปลดปล่อยจินตนาการให้โลดแล่นไปตามแต่ที่จะคิดฝัน โบยบินไปดังเช่นผีเสื้อ เขาไปได้ในทุกที่ ๆ อยากจะไป และสามารถมีเซ็กส์กับหญิงสาวทุกคนที่อยากจะมี แต่ทว่าในวันเวลาเหล่านั้น ด้านหนึ่งเขาเฝ้าขบคิดถึงความผิดพลาดในอดีตของตัวเอง ทั้งสิ่งที่เขาทำกับคนอื่น และสิ่งที่เป็นผลมาจากการตัดสินใจหรือไม่ตัดสินใจของตัวเขา

อันที่จริงเขาก็ปรารถนาอยู่ลึก ๆ ที่จะชดใช้ความผิดบาปหรือแก้ไขสิ่งเหล่านั้น แต่ทว่าเมื่อทุกอย่างเริ่มจะดีขึ้น เขาก็ติดเชื้อปอดบวม และจบชีวิตลงในปี 1997 หลังจากหนังสือเรื่อง The Diving Bell and the Butterfly ออกวางจำหน่ายได้เพียงสิบวันเท่านั้น

หนังเรื่องนี้นับว่ามเสน่ห์ตั้งแต่ช่วงเครดิตต้นเรื่องที่ดูคล้ายไตเติ้ลของหนังเก่า ๆ มันถูกทำขึ้นมาอย่างเรียบง่ายและเคล้าคลอไปกับเสียงเพลงอันแสนจะโหยหวน (มันเป็นหนังที่ใช้เพลงและดนตรีประกอบที่ไพเราะมากเรื่องหนึ่ง) ท่ามกลางการเล่าเรื่องด้วยเทคนิคการสร้างภาพแบบหนังราคาถูก (เช่นการอินครีสแสงให้สว่างจ้าเป็นบางเฟรม อันเป็นผลลัพธ์ที่ดูเหมือนภาพที่ถ่ายย้อนแสง และในขณะเดียวกันก็เร่งสปีดของภาพในช่วงสั้น ๆ สลับกับภาพในสปีดธรรมดาไปด้วย ซึ่งเป็นเทคนิคที่คนทำหนังอินดี้นิยมใช้กันมาก เพราะมันเป็นเทคนิคที่ทำได้ง่ายสุด ๆ ในคอมพิวเตอร์)

เหนือไปกว่านั้นก็คือการที่ชนาเบลสามารถสอดแทรกภาพที่ดูธรรมดาอย่างเหลือเชื่อ เช่นภาพการทลายลงของผาหินตระหง่าน ภาพผีเสื้อที่ฟักออกจากเปลือกดักแด้ กางปีกออก แล้วโบยบินไปในทุ่งกว้างที่เต็มไปด้วยดอกไม้ละลานตา มันช่างโดดเด่นมากทีเดียว ในเมื่อหนังทั้งเรื่องกำลังเล่าถึงชีวิตของผู้ชายที่ประสบความสำเร็จในแวดวงนิตยสารแฟชั่นของสังคมที่นิยมเสพย์งานศิลปะเป็นอาหารหลัก

The Diving Bell and the Butterfly ของ ชนาเบล จึงกลายเป็นเหล้าเก่าที่เอามาผสมโซดายี่ห้อใหม่ ๆ แล้วยกขึ้นซดดื่มได้ด้วยความเพลิดเพลินใจอย่างแรง แม้ว่าการเล่าเรื่องที่คนครึ่งค่อนโลกรู้ดีอยู่แล้วจะทำให้สนุกได้ยากก็ตาม แต่หนังเรื่องนี้ยืนยันว่าเหล้าดี ๆ นั้นยิ่งเก็บไว้นานก็ยิ่งอร่อย

ดังนั้น จึงขอคาราวะแด่ จูเลียน ชนาเบล ด้วยยาดองสักสองจอก... 

 


เข้าไปอ่านบทวิจารณ์อื่นๆ(ของคนไทย)ที่

--> http://www.bloggang.com/viewdiary.php?id=pogghi&month=08-2008&date=08&group=6&gblog=35

และ--> http://thaicinema.org/board/index.php?topic=104.0


 

รางวัล

AFI Fest
Year Result Award Category/Recipient(s)
2007 Won Audience Award Best Feature Film
Julian Schnabel
 
Academy Awards, USA
Year Result Award Category/Recipient(s)
2008 Nominated Oscar Best Achievement in Cinematography
Janusz Kaminski
Best Achievement in Directing
Julian Schnabel
Best Achievement in Editing
Juliette Welfling
Best Writing, Screenplay Based on Material Previously Produced or Published
Ronald Harwood
 
American Society of Cinematographers, USA
Year Result Award Category/Recipient(s)
2008 Nominated ASC Award Outstanding Achievement in Cinematography in Theatrical Releases
Janusz Kaminski
 
Art Directors Guild
Year Result Award Category/Recipient(s)
2008 Nominated Excellence in Production Design Award Feature Film - Contemporary Film
Michel Eric (production designer)
Laurent Ott (production designer)
 
BAFTA Awards
Year Result Award Category/Recipient(s)
2008 Won BAFTA Film Award Best Screenplay - Adapted
Ronald Harwood
Nominated BAFTA Film Award Best Film Not in the English Language
Kathleen Kennedy
Jon Kilik
Julian Schnabel
 
Boston Society of Film Critics Awards
Year Result Award Category/Recipient(s)
2007 Won BSFC Award Best Cinematography
Janusz Kaminski
Best Director
Julian Schnabel
Best Foreign-Language Film
France/USA.
 
Broadcast Film Critics Association Awards
Year Result Award Category/Recipient(s)
2008 Won Critics Choice Award Best Foreign Language Film
Nominated Critics Choice Award Best Director
Julian Schnabel
Best Picture
 
Camerimage
Year Result Award Category/Recipient(s)
2007 Won Golden Frog Janusz Kaminski
 
Cannes Film Festival
Year Result Award Category/Recipient(s)
2007 Won Best Director Julian Schnabel
Technical Grand Prize Janusz Kaminski
Nominated Golden Palm Julian Schnabel
 
Chicago Film Critics Association Awards
Year Result Award Category/Recipient(s)
2007 Nominated CFCA Award Best Cinematography
Janusz Kaminski
Best Foreign Language Film
France/USA.
 
Chlotrudis Awards
Year Result Award Category/Recipient(s)
2008 Nominated Chlotrudis Award Best Adapted Screenplay
Ronald Harwood
Best Director
Julian Schnabel
Best Visual Design
 
Christopher Awards
Year Result Award Category/Recipient(s)
2008 Won Christopher Award Feature Films
Julian Schnabel (director)
Ronald Harwood (screenwriter)
Kathleen Kennedy (producer)
Jon Kilik (producer)
Pierre Grunstein (executive producer)
Jim Lemley (executive producer)
 
Costume Designers Guild Awards
Year Result Award Category/Recipient(s)
2008 Nominated CDG Award Excellence in Costume Design for Film - Contemporary
Olivier Bériot
 
César Awards, France
Year Result Award Category/Recipient(s)
2008 Won César Best Actor (Meilleur acteur)
Mathieu Amalric
Best Editing (Meilleur montage)
Juliette Welfling
Nominated César Best Cinematography (Meilleure photographie)
Janusz Kaminski
Best Director (Meilleur réalisateur)
Julian Schnabel
Best Film (Meilleur film français)
Julian Schnabel (director)
Jérôme Seydoux (producer)
Best Sound (Meilleur son)
Jean-Paul Mugel
Francis Wargnier
Dominique Gaborieau
Best Writing - Adaptation (Meilleur scénario adaptation)
Ronald Harwood
 
Dallas-Fort Worth Film Critics Association Awards
Year Result Award Category/Recipient(s)
2007 Won DFWFCA Award Best Foreign Language Film
 
Directors Guild of America, USA
Year Result Award Category/Recipient(s)
2008 Nominated DGA Award Outstanding Directorial Achievement in Motion Pictures
Julian Schnabel
 
Florida Film Critics Circle Awards
Year Result Award Category/Recipient(s)
2007 Won FFCC Award Best Foreign-Language Film
 
Ft. Lauderdale International Film Festival
Year Result Award Category/Recipient(s)
2007 Won Jury Award Best Film
Julian Schnabel
 
Golden Globes, USA
Year Result Award Category/Recipient(s)
2008 Won Golden Globe Best Director - Motion Picture
Julian Schnabel
Best Foreign Language Film
Nominated Golden Globe Best Screenplay - Motion Picture
Ronald Harwood
 
Golden Trailer Awards
Year Result Award Category/Recipient(s)
2008 Won Golden Trailer Best Music
 
Hamptons International Film Festival
Year Result Award Category/Recipient(s)
2007 Won Feature Film Prize in Science and Technology Julian Schnabel
 
Independent Spirit Awards
Year Result Award Category/Recipient(s)
2008 Won Independent Spirit Award Best Cinematography
Janusz Kaminski
Best Director
Julian Schnabel
Nominated Independent Spirit Award Best Feature
Kathleen Kennedy
Jon Kilik
Best Screenplay
Ronald Harwood
 
Kansas City Film Critics Circle Awards
Year Result Award Category/Recipient(s)
2008 Won KCFCC Award Best Director
Julian Schnabel
Tied with Paul Thomas Anderson for There Will Be Blood (2007).
Best Foreign Language Film
 
Las Vegas Film Critics Society Awards
Year Result Award Category/Recipient(s)
2007 Won Sierra Award Best Foreign Film
 
London Critics Circle Film Awards
Year Result Award Category/Recipient(s)
2008 Nominated ALFS Award Foreign Language Film of the Year
Screenwriter of the Year
Ronald Harwood
 
Los Angeles Film Critics Association Awards
Year Result Award Category/Recipient(s)
2007 Won LAFCA Award Best Cinematography
Janusz Kaminski
 
Lumiere Awards, France
Year Result Award Category/Recipient(s)
2008 Won Lumiere Award Best Actor (Meilleur comédien)
Mathieu Amalric
Best Film (Meilleur film)
Julian Schnabel
 
Motion Picture Sound Editors, USA
Year Result Award Category/Recipient(s)
2008 Nominated Golden Reel Award Best Sound Editing: Sound Effects, Foley, Dialogue & ADR in a Foreign Feature Film
Francis Wargnier (sound editor)
Cyrille Richard (dialogue editor)
Philippe Penot (foley artist)
 
National Board of Review, USA
Year Result Award Category/Recipient(s)
2007 Won NBR Award Best Foreign Language Film
France/USA.
 
Online Film Critics Society Awards
Year Result Award Category/Recipient(s)
2008 Won OFCS Award Best Foreign Language Film
Nominated OFCS Award Best Cinematography
Janusz Kaminski
Best Director
Julian Schnabel
Best Screenplay, Adapted
Ronald Harwood
 
PGA Awards
Year Result Award Category/Recipient(s)
2008 Nominated Motion Picture Producer of the Year Award Theatrical Motion Pictures
Kathleen Kennedy
Jon Kilik
 
Phoenix Film Critics Society Awards
Year Result Award Category/Recipient(s)
2007 Won PFCS Award Best Foreign Language Film
 
San Diego Film Critics Society Awards
Year Result Award Category/Recipient(s)
2007 Won SDFCS Award Best Foreign-Language Film
 
San Francisco Film Critics Circle
Year Result Award Category/Recipient(s)
2007 Won SFFCC Award Best Foreign-Language Film
 
Satellite Awards
Year Result Award Category/Recipient(s)
2007 Won Satellite Award Best Cinematography
Janusz Kaminski
  Auteur Award Julian Schnabel
 
Southeastern Film Critics Association Awards
Year Result Award Category/Recipient(s)
2007 Won SEFCA Award Best Foreign Language Film
 
Washington DC Area Film Critics Association Awards
Year Result Award Category/Recipient(s)
2007 Won WAFCA Award Best Foreign Language Film
 
Writers Guild of America, USA
Year Result Award Category/Recipient(s)
2008 Nominated WGA Award (Screen) Best Adapted Screenplay
Ronald Harwood
 
Étoiles d''Or
Year Result Award Category/Recipient(s)
2008 Won Étoile d''Or Best Actor (Premier rôle masculin)
Mathieu Amalric
 

 

 


เข้าชม : 13331    [ ขึ้นบน ]
ภาพยนตร์เรื่องนี้อยู่ในประเภท: originEurope: SubtitleThai: SubtitleEnglish: FeelGood: recommend: curious: recommend



หนังยุโรปเรื่องอื่นๆที่น่าสนใจ..ลองเข้าไปดูซิครับ