[ ดูREVIEWทั้งหมด ]

   

INDY MOVIE REVIEWS

 
     
 
   
 
 

Drugstore Girl (2003)

(บรรยายไทย)

 
   

Directer:Katsuhide Motoki  Producer:Nobuyuki Tohya  Writter:Kankuro Kudo  

Music:Yoshikazu Suo  Cinematography:Sanshi Hanada   Editor:Isao Kawase 

Running time:105 min Country:Japan  Language:Japanese Genre:Comedy  

Subtitle: English/ไทย Starring:Rena Tanaka ... Keiko Obayashi,

Akira Emoto ... Nabeshima, Yûji Miyake ... Numata, Masatô Ibu ... Yamada

 

   

 

(บทความนี้ตัดมาจาก..คอลัมน์อาทิตย์เธียเตอร์ มติชนรายวัน 30 กรกฎาคม 2548

..ขอขอบคุณท่านผู้เขียนมา ณ.ที่นี้)

Drugstore Girl ยาใจชุมชน
เขียนโดย พล พะยาบ
คอลัมน์อาทิตย์เธียเตอร์ มติชนรายวัน 30 กรกฎาคม 2548

 

       อย่าเพิ่งสับสนกับ Kamikaze Girls หนังญี่ปุ่นสีลูกกวาดอีกเรื่องหนึ่ง นี่คือ Drugstore Girl หนังสัญชาติเดียวกันที่มี เรนะ ทานากะ สาวหน้าทะเล้นเล่นเป็นนางเอก
        Drugstore Girl (2004) เขียนบทโดย คันคุโระ คุโดะ ผู้เคยเขียนบทหนังเจ๋งๆ อย่าง Go(2001) และ Ping Pong(2001) กำกับโดย คัตซึฮิเดะ โมโตกิ เกี่ยวกับ เคอิโกะ โอบายาชิ สาวนักศึกษาเภสัชปี 3 โดนแฟนหนุ่มนอกใจ เธอนั่งรถไฟโดยไร้จุดหมายมาถึงมาซาโอะ เมืองเล็กๆ ที่เคยมีชื่อเสียงด้านหัตถกรรมจากไม้ไผ่
        ช่วงเวลาเดียวกัน มีร้านขายยาขนาดใหญ่ ซึ่งเหมารวมทั้งร้านสะดวกซื้อและร้านเบเกอรี่ไว้ในที่เดียวกันกำลังจะเปิดกิจการ โอบายาชิจึงจับพลัดจับผลูได้ทำงานพาร์ทไทม์ที่นี่


 

         การมาถึงของร้านคอนวีเนียน สโตร์กระเทือนต่อร้านค้าเล็กๆ ที่เคยเปิดอยู่เดิม ทั้งร้านขายยา ร้านโชห่วย และร้านขายขนมปัง เจ้าของร้านทั้งสามซึ่งเป็นชายวัยกว่า 50 กับเพื่อนร่วมก๊วนอีก 2 คน จึงคิดแผนต่อต้านด้วยวิธีการต่างๆ นานา แต่แผนการทั้งหมดต้องล้มเหลวเพราะหนุ่มใหญ่(มาก)ทั้งห้าเกิดไปหลงเสน่ห์สาวน้อยอกหักจากเมืองหลวง แผนการต่อต้านร้านขายยาจึงเปลี่ยนเป็นแผนพิชิตใจโอบายาชิแทน...



     เมื่อสืบรู้ว่าโอบายาชิเป็นนักกีฬาลาครอส ทั้งห้าจึงฝืนสังขารหัดเล่นโดยให้เธอเป็นโค้ช บังเอิญว่าไม้ครอสที่พวกเขาดัดแปลงทำจากไม้ไผ่เป็นที่ถูกอกถูกใจเด็กๆ…เมืองไม้ไผ่ที่เคยซบเซาจึงคึกคักขึ้นมาอีกครั้ง และทีมลาครอสผู้สูงอายุก็โด่งดังชั่วข้ามคืน โอบายาชิจึงหวังจะใช้ความดังของเธอเยาะเย้ยอดีตแฟนซะเลย!
     Drugstore Girl ครื้นเครงแบบที่ไม่ต้องใส่ใจความเป็นเหตุเป็นผลมากนัก ออกไปในทางสนุกสนานเว่อร์ๆ แบบการ์ตูน หากใครเคยผ่านตาหนังตลกหรือหัสคดีทางโทรทัศน์ของญี่ปุ่นมาบ้างคงคุ้นเคยรูปแบบกันดี ทั้งการแสดงออกด้วยหน้าตาและท่าทางของตัวละคร



   แม้บทโอบายาชิ สาวน้อยนางเอก จะเป็นศูนย์กลางของเรื่อง แต่หนังวางน้ำหนักตัวละครไว้ที่เธอกับก๊วนชายใกล้ชราทั้งห้าใกล้เคียงกัน อย่างไรก็ตาม บุคลิกของโอบายาชิที่ดูก้ำกึ่ง ไม่ชัดเจน ว่าเธอยังเสียใจเพราะโดนแฟนหลอกลวงหรือไม่ อีกทั้งมีจุดมุ่งหมายอะไรกันแน่ที่ยอมมาคลุกคลีกับฝูงชายแก่ตัณหากลับ นอกจากคำพูดประโยคเดียวตอนสัมภาษณ์สื่อมวลชนว่าเธอต้องการแก้แค้นอดีตแฟน ต่างกันอย่างสิ้นเชิงกับบุคลิกของก๊วนคนแก่ ทั้งหัวดื้อ ใจดี ทะลึ่งตึงตัง บางคนก็ดูบ๊องๆ เหมือนเด็ก โดยเฉพาะเจ้าของร้านขายยาหน้ายับ ชื่อ “นาเบยัน” กับชายจรจัดหน้าเหมือนอินเดียนแดงที่ชาวบ้านตั้งชื่อให้ว่า “เจโรนิโมะ” ที่มีสีสันกว่าใครเพื่อน ประกอบกับหลายครั้ง หญิงสาวผลุบๆ โผล่ๆ อยู่กับคนโน้นที คนนี้ที เหมือนตัวละครหลักลอย ทำให้บางช่วงตอน เรื่องวุ่นๆ ของก๊วนคนแก่ ทั้งการซ้อมลาครอสแบบมั่วๆ และการคิดแผนการออกเดทกับโอบายาชิ ผู้ชมอาจจะลืมหน้าใสๆ ของเรนะไปเลย เรียกว่าหนังใช้ทรัพยากร “ความน่ารัก” ไม่คุ้มค่า!



  ประเด็นที่หนังตั้งใจใส่ไว้ชัดเจน คือการพึ่งพาตนเองในชุมชนด้วยการส่งเสริมอาชีพที่เป็น “ของดี” ในชุมชนนั้น ซึ่งหนัง Drugstore Girl กำลังรื้อฟื้นเรื่องราวดีๆ ที่เคยรุ่งเรืองเมื่อ 1-2 ทศวรรษก่อน กลับมาอีกครั้ง ฟังแล้วอาจคิดถึงเมืองไทยกับหนึ่งตำบล หนึ่งผลิตภัณฑ์ อันที่จริง ญี่ปุ่นนี่แหละที่เป็นต้นแบบการส่งเสริมของดีประจำชุมชน โดยผู้ริเริ่มโครงการนี้คือ โมริฮิโกะ ฮิรามัตสึ อดีตผู้ว่าราชการจังหวัดโออิตะ ผู้ได้รับรางวัลแม็กไซไซปี 2537 และเคยมาร่วมพิธีเปิดการสัมมนาเรื่องหนึ่งตำบล หนึ่งผลิตภัณฑ์ ที่ทำเนียบรัฐบาล เมื่อวันที่ 30 เมษายน 2544 ความเป็นมาของโครงการนี้เริ่มจากสภาพบ้านเมืองของญี่ปุ่นหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 เกิดการขยายตัวและเจริญขึ้นเฉพาะในเมืองหลวงและเมืองใหญ่ คนหนุ่มสาวจากชนบททิ้งบ้านเกิดเดินทางสู่เมืองเพื่อชีวิตที่ดีกว่า ชนบทจึงยิ่งไร้การเหลียวแล ถูกปล่อยให้ทรุดโทรมลงเรื่อยๆ เมื่อฮิรามัตสึได้เป็นผู้ว่าราชการจังหวัดโออิตะ จังหวัดชายฝั่งตะวันออกเฉียงเหนือของเกาะคิวชู เขาจึงคิดพลิกฟื้นโออิตะด้วยการส่งเสริมให้ชาวบ้านใช้วัตถุดิบในท้องถิ่นผลิตสินค้าให้เป็นหน้าเป็นตาของชุมชน ไม่ว่าจะเป็นส้มจีน เห็ดชิตาเกะ และการทำเครื่องปั้นดินเผา กระทั่งความคิดนี้กลายเป็นรากฐานของ “หนึ่งหมู่บ้าน หนึ่งผลิตภัณฑ์” (One village, one product) ในที่สุด กระนั้น ไม่ใช่แค่สินค้าที่ส่งไปขายไกลถึงเมืองนอก ความคิดเจ๋งๆ ของฮิรามัตสึยังเป็นต้นแบบให้แก่ผู้ปกครองในต่างแดนนำไปปรับใช้ในพื้นที่ของตน ไม่ว่าจะเป็น One parish, one product ที่หลุยส์เซียนา One Village, one treasure ที่มณฑลฟูเจี้ยน และ One Tambon, one product ในบ้านเรา
 


  ตัวละครโอบายาชิคือตัวแทนของเมืองอีกรูปแบบหนึ่ง สังเกตว่าเธอมาถึงเมืองนี้พร้อมกับกำหนดเปิดร้านใหม่พอดี แต่ถึงอย่างไรโอบายาชิไม่ได้มีจุดมุ่งหมายในการมาที่นี่ หนำซ้ำสาเหตุที่นำพาให้เธอมาถึงมาซาโอะคือ ความเลวร้ายของ(คนใน)เมือง เธอกับตัวแทนชุมชนจึงร่วมมือกันเอาคืน(ตัวแทนจาก)เมืองใหญ่ ซึ่งผลที่ออกมาคือแพ้ยับ
แม้หนังจะนำเสนอในประเด็นการคุกคามของเมือง แต่ก็ใช่ว่าผู้สร้างจะจริงจังกับมันถึงขนาดจะให้เกิดเป็นมรรคเป็นผล หนังจึงมีท่าทีประนีประนอม แทนที่จะเป็นการเสียดสีหรือเสียดเย้ยแบบที่บุคลิกของหนังสามารถทำได้
โดยรวมแล้วหนังจึงดูสนุก มีสาระบ้าง แต่ที่สำคัญ...อย่าซีเรียส

 


หนังตัวอย่าง:


Drugstore Girl (ドラッグストアガール; Doraggu sutoa gaaru) is a 2003 comedy film directed by the Japanese filmmaker Katsuhide Motoki about a young student who works in a convenience store, and five middle-aged men who develop crushes on her.
The film is set in a rural town and features lacrosse prominently. The cast includes Rena Tanaka as Keiko Obayashi (the student) and Akira Emoto as Nabe-yan (the leader of the five men).

Keiko Obayashi is a third year chemistry student in Tokyo. After finding her boyfriend in the bathtub with another student, she takes a train out of Tokyo. She wakes up in rural Masao, where she soon finds a job working in a newly opened convenience store.
Meanwhile, five middle-aged men who run local shops are worried about the competition from the new store, and plan to disrupt it. However, they all fall in love with Keiko as soon as they see her inside the store.
After following her one day, Nabe-san discovers that she plays lacrosse at the university. The men decide to take up lacrosse in an effort to get a date with her. The film follows them as they practice in secret, are found out by Keiko who agrees to coach them, and finally play a match against a lacrosse team from America who are attracted by the Native American nickname (Geronimo) of one of their players.
The men are heavily defeated, but Geronimo becomes a hero when he scores the team’s only point, and the film ends with him flying to America with the Americans.

User Reviews

Fun Comedy About College Girl and Some Silly Middle Age Men

by djhreg
After a stormy breakup with her boyfriend, 3rd year pharmacy student Keiko Obayashi (played by Rena Tanaka) rushes into a train, without paying any particular attention to where she is going. After falling asleep and coming to the end of the line, she finds herself applying for a job at a new drugstore that is about to open. Meanwhile, a group of middle age men that own run-down, less than competitive local businesses are fuming at the arrival of the new competitor drugstore. They decide to take action...but end up all falling hopelessly in love with young Obayashi-kun. ...which leads to their increasingly desperate attempts to learn the strange game of Lacrosse, which seems to be her hobby...

As a Japanese/American bilingual household with high school / college age daughter and sons...all of whom play Lacrosse... we had a great time with this film. We rolled around on the floor laughing.

It has the usual Japanese lightly suggestive/racy content, but no frontal nudity, swearing or violence. Extremely religious parents might be concerned; for everyone else it should be fine as family entertainment.
 


 

 


เข้าชม : 3417    [ ขึ้นบน ]
ภาพยนตร์เรื่องนี้อยู่ในประเภท: originAsian: FeelGood: SubtitleEnglish: SubtitleThai: recommend



หนังเอเชียเรื่องอื่นๆที่น่าสนใจ..ลองเข้าไปดูซิครับ