[ ดูREVIEWทั้งหมด ]

   

INDY MOVIE REVIEWS

 
     
 
   
 
 

Topsy-Turvy (1999)

(บรรยายอังกฤษ)

 
   

Directer: Mike Leigh  Producer:Simon Channing-Williams Writter: Mike Leigh  

Music:Arthur Sullivan, W. S. Gilbert, Carl Davis  Cinematography:Dick Pope  

Editor:Robin Sales  Running time:160 min    Country:UK 

Language: English, French, German, Italian, Japanese

Genre:Biography Comedy Drama   Subtitle: English
Starring:
Jim Broadbent, Allan Corduner, Timothy Spall, Lesley Manville

 

   


    ส่วน อาร์เธอร์ ซัลลิแวน เกิดเมื่อปี 1842 ในครอบครัวนักดนตรี เขาฉายแววความสามารถตั้งแต่วัยเยาว์ ทั้งประพันธ์เพลงเองตั้งแต่อายุ 8 ขวบ ได้เป็นผู้นำวงเครื่องเป่าในวงดนตรีของพ่อ นอกจากนั้น ยังสามารถคว้าทุนเรียนดนตรีที่เยอรมนี เมื่อกลับอังกฤษเขาก็เริ่มมีชื่อเสียงทั้งในฐานะอาจารย์ นักดนตรี และนักประพันธ์เพลง ซึ่งผลงานเด่นชิ้นหนึ่งของเขาคือโอเปร่าเรื่อง Ivanhoe

    ซัลลิแวนเข้าสู่วงการละครโอเปร่าแนวหัสนาฏกรรม (comic opera) เมื่อปี 1867 โดยจับคู่กับ เอฟ.ซี.บรูนานด์ ก่อนจะได้ร่วมงานกับกิลเบิร์ตในปี 1871 เรื่อยมาจนถึงงานชิ้นสุดท้าย The Grand Duke ปี 1896 และด้วยผลงานอันยอดเยี่ยมทำให้เขาได้รับแต่งตั้งเป็นอัศวินโดยพระราชินีวิคตอเรีย ในปี 1883

    ตั้งแต่ปี 1872 จนเสียชีวิตในปี 1900 ซัลลิแวนต้องทนทุกข์แสนสาหัสด้วยโรคไต ระยะเวลาดังกล่าวแสดงให้เห็นว่างานชิ้นเยี่ยมมากมายของเขาเกิดขึ้นภายใต้การคุกคามของโรคร้าย และเขาได้ใช้ดนตรีเป็นเครื่องเยียวยาตนเองจนวาระสุดท้าย

     นอกจากมีชื่อเสียงโด่งดังในอังกฤษแล้ว ผลงานร่วมของกิลเบิร์ตและซัลลิแวนโดย “ซาวอยเธียเตอร์” ได้เปิดการแสดงในหลายประเทศในยุโรป รวมทั้งตระเวนแสดงทั่วสหรัฐอเมริกา ทำให้ทั้งสองเป็นที่รู้จักและได้รับการยกย่องตลอดระยะเวลากว่าศตวรรษ มีการนำผลงานของทั้งสองมาจัดแสดงใหม่หลายต่อหลายครั้ง รวมทั้งถ่ายทอดเป็นภาพยนตร์

     ไหนๆ ผู้เขียนก็ได้เล่าประวัติคร่าวๆ ของคู่หูนักประพันธ์และคีตกรเอกแล้ว จึงขอบอกกล่าวลำดับผลงาน 14 เรื่อง ของพวกเขาตั้งแต่ปี 1871-1896 ไว้ด้วย ได้แก่ Thespis, Trial by Jury, TheSorcerer, H.M.S.Pinafore, The Pirates of Penzance, Patience, Iolanthe, Princess Ida, The Mikado, Ruddigore, The Yeomen of the Guard, The Gondoliers, Utopia Limited และ The Grand Duke


    Topsy-Turvy ผลงานของผู้กำกับฯไมค์ ลีห์ ที่ทำให้ผู้เขียนอยากรู้จักกิลเบิร์ตและซัลลิแวนมากขึ้นนำเสนอเรื่องราวของทั้งสองหลังเสร็จงานจาก Princess Ida มาจนถึงเบื้องหลังการสร้างงานชิ้นเยี่ยมเรื่อง The Mikado

    หนังเริ่มต้นในปี 1884 เมื่อละครเรื่อง Princess Ida ไม่ประสบความสำเร็จเท่าที่ควร ซัลลิแวน (อัลลัน คอร์ดูเนอร์) ป่วยหนัก เขาเดินทางไปยังฝรั่งเศสเพื่อรักษาสุขภาพและเพื่อหลบเลี่ยงที่จะต้องทำงานกับกิลเบิร์ต (จิม บรอดเบนท์) อีกครั้ง เพราะเบื่อหน่ายความซ้ำซากของงานที่ผ่านมาของกิลเบิร์ต ซึ่งมักมีเนื้อหาวนเวียนอยู่กับจินตนาการแฟนตาซี ห่างไกลจากโลกแห่งความจริง

    ส่วนกิลเบิร์ตที่หงุดหงิดกับคำวิพากษ์วิจารณ์ละครของเขาว่ามีแต่เรื่องวุ่นๆ ไม่เป็นสาระ ก็ยังคงเดินหน้าเขียนบทละครเรื่องใหม่ที่มีเนื้อหาไม่หนีไปจากเรื่องเดิมๆ โดยมี ริชาร์ด คาร์ต (รอน คุก) เจ้าของโรงละครซาวอยเธียเตอร์ และเฮเลน (เวนดี้ น็อตติ้งแฮม) เลขาฯคนสนิท คอยลุ้นแกมบังคับให้กิลเบิร์ตและซัลลิแวนร่วมกันทำงานชิ้นใหม่ให้สำเร็จ

   กระทั่งกิลเบิร์ตไปเที่ยวที่ชุมชนชาวญี่ปุ่นซึ่งจัดให้เยี่ยมชมวิถีชีวิตและศิลปวัฒนธรรมท้องถิ่น เขาซื้อดาบญี่ปุ่นมาแขวนไว้ในห้องทำงาน และดาบเล่มนี้นี่เองที่ทำให้เขาเกิดแรงบันดาลใจเขียนบทละครเรื่อง The Mikado ซึ่งซัลลิแวนก็พึงพอใจและยอมกลับมาร่วมงานกันอีกครั้ง จนละครเรื่องนี้ได้รับการยอมรับว่าเป็นสุดยอดชิ้นงานของพวกเขา

   ครึ่งหลังของหนังเป็นเบื้องหลังการทำงาน ทั้งการคัดเลือกนักแสดง การซ้อมบท ซ้อมร้องเพลง กับปัญหาน่าปวดหัวของนักแสดงหลายคน ไม่ว่าจะเป็นอาการป่วยของโกรสสมิธ (มาร์ติน ซาเวจ) ผู้รับบทโค-โค ความขุ่นเคืองของ

เทมเปิ้ล (ทิโมธี่ สปอลล์) ผู้รับบทมิคาโดะที่ถูกกิลเบิร์ตตัดเพลงเอกทิ้ง หรือความหงุดหงิดกับเครื่องแต่งกายญี่ปุ่นของนักแสดงหลายคน แต่ในที่สุดด้วยความร่วมมือร่วมใจกันของทีมงานทุกคน The Mikado จึงเสร็จสมบูรณ์และเปิดการแสดงครั้งแรกในวันที่ 14 มีนาคม 1885 พร้อมกับความสำเร็จอันยิ่งใหญ่

   แม้ Topsy-Turvy จะเป็นหนังที่สร้างจากเรื่องจริงว่าด้วยบุคคลสำคัญ 2 คนในวงการละครเพลง แต่ผู้กำกับฯ

ไมค์ ลีห์ ซึ่งควบหน้าที่เขียนบท ไม่ได้สร้างหนังเรื่องนี้โดยมีจุดประสงค์เด่นชัดเพื่อเคารพและยกย่องบุคคลทั้งสอง หากเป็นการนำเสนอ “สิ่งที่เกิดขึ้นจริง” และ “ผลที่ตามมา” ในช่วงเวลาสั้นๆ ของกิลเบิร์ตและซัลลิแวน โดยจับเอาช่วง “ขาลง” และการกลับมาผงาดอีกครั้งซึ่งคาบเกี่ยวกันภายในระยะเวลาเพียง 2 ปี

   ไมค์ ลีห์ เคยกล่าวว่า Topsy-Turvy ไม่ใช่ทั้งหนังชีวประวัติและสารคดี แต่เป็นผลงานสร้างสรรค์เรื่องราวตามที่ปรากฏเป็นหลักฐาน ดังนั้น กิลเบิร์ตและซัลลิแวนในหนังจึงไม่ใช่บุคคลที่เลิศลอยสูงเด่น ยังมีภาพบางด้านที่ไม่ใคร่ดีนักถูกนำเสนอพร้อมกัน เช่น การไม่เคารพพ่อ-แม่ และอาการเย็นชาต่อภรรยา ลูซี่ (เลสลีย์ แมนวิลล์) ของกิลเบิร์ต หรือความทะนงในสถานภาพของซัลลิแวน

   นอกจากนี้ แม้ว่ากิลเบิร์ตและซัลลิแวนจะเป็นตัวเอกของเรื่อง แต่ตลอดความยาว 160 นาทีของ Topsy-Turvy ไม่ได้เทความสำคัญทั้งหมดไปที่คนทั้งสอง การทำงานเป็นทีมคือประเด็นสำคัญประเด็นหนึ่งของหนัง ส่งให้ทุกตัวละครในทุกสถานะต่างร่วมมีบทบาทและเป็นส่วนหนึ่งของ Topsy-Turvy หรืออีกนัยหนึ่งคือ เป็นส่วนหนึ่งของความสำเร็จของ The Mikado นั่นเอง

   ไล่มาตั้งแต่ คาร์ต เจ้าของซาวอยเธียเตอร์ และเฮเลน ซึ่งมีส่วนสำคัญในการผลักดันสร้างละครเรื่องนี้ นักแสดงทั้งหมดไม่ว่าจะเป็น เทมเปิ้ล, โกรสสมิธ, เลลี่ (เควิน แม็คคิดด์) กลุ่มนักแสดงประสานเสียงทั้งชาย-หญิง นักดนตรี พวกเขาเหล่านี้ต่างมีชีวิตชีวา มีบทบาทเบื้องหน้าเบื้องหลังมากบ้างน้อยบ้างที่พอจะทำให้เห็นว่าพวกเขาไม่ใช่เป็นเพียง “ตัวประกอบ” ของหนัง (ละคร) เท่านั้น แม้กระทั่งเด็กที่คอยบอกคิวให้นักแสดงเตรียมตัว 5 นาทีก่อนแสดง ครั้งหนึ่งเขาเข้ามาในห้องแต่งตัวของ 2 นักแสดงสาวที่กำลังร้องเพลง เขารอจนร้องจบ แล้วบอกเธอทั้งสองว่าอีก 4 นาที แทนที่จะเป็น 5 นาที นี่คือตัวอย่างของเรื่องราวเล็กๆ ที่ใช่ว่าจะไร้ความสำคัญ


   นอกจากนำเสนอความเป็นทีมเวิร์คของคณะละครแล้ว Topsy-Turvy ได้แสดงถึงความตั้งใจจริงของคนกลุ่มหนึ่งต่อศิลปะการละคร ไม่ว่าชีวิตจริงจะมีเรื่องราวทุกข์ใจเช่นไร แต่เมื่อถึงเวลาซักซ้อมหรือแสดงพวกเขาก็ทุ่มเทให้อย่างเต็มที่ อีกทั้งหนังยังพูดถึง 2 ขั้วตรงข้ามระหว่างโลกแห่งความจริงกับโลกมายาที่อาจข้ามล้ำเขตแดนกันและกันอยู่เสมอ เช่น อาการเห็นภาพปิศาจมาหลอกหลอนของพ่อของกิลเบิร์ตจนลูกชายมองพ่อด้วยความพิศวงงงงวย หรือจินตนาการเรื่องอำนาจล้นเหลือของมิคาโดะแห่งญี่ปุ่นในละคร คล้ายตั้งใจเปรียบกับอิทธิพลของจักรวรรดินิยมอังกฤษในเวลานั้น
ทั้งนี้ เพราะมี “ความจริง” อยู่ในละคร เช่นเดียวกับมี “จินตนาการ” ในชีวิตจริง เกินกว่าจะแยกขาดจากกัน

และเมื่อมองไปที่วิธีการนำเสนอของหนังจะยิ่งเห็นประเด็นดังกล่าวชัดเจนขึ้น เพราะบางฉากชีวิตจริงถูกถ่ายทอดออกมาเหมือนผู้ชมกำลังชมละคร ด้วยการตั้งกล้องแช่ทิ้งไว้ตรงกึ่งกลางภาพ ขณะที่ฉากละครบทเวทีกลับมีการเคลื่อนกล้อง-ตัดต่อ เพื่อเสริมแต่งตัวละครให้ผู้ชมสัมผัสใกล้ชิดราวกับเป็นชีวิตจริง

   ผู้กำกับฯไมค์ ลีห์ ยังใช้วิธีการให้นักแสดงทำความรู้จักตัวละครที่ตนสวมบท ค้นหาบุคลิกท่าทางด้วยตนเองในแต่ละฉากไปพร้อมๆ กับที่ลีห์เขียนบทหนัง เป็นวิธีการที่เขาใช้มาตลอด รวมทั้งใช้ในหนังดัง 2 เรื่อง ของเขาคือ Naked (1993) และ Secrets & Lies (1996) ที่สำคัญ นักแสดงทุกคนต่างมีความสามารถจริงๆ ทั้งการร้อง การเต้น และเล่นดนตรี คนที่รับบทเป็นนักแสดงใน Topsy-Turvy จึงต้องสวมบทเป็นตัวละครบทเวทีอีกชั้นหนึ่ง (บางคนอาจถึง 2-3 บท) จนเหมือนกับลีห์ได้สร้างละครเพลงขึ้นมาจริงๆ แล้วนำมาใส่ไว้ในหนัง แม้ว่าจะไม่ครบทุกองก์ทุกฉาก แต่ฉากละครเหล่านี้นี่เองที่สร้างสีสันให้กับหนังอย่างเต็มเปี่ยม ด้วยบทเพลงอันไพเราะ (โดยเฉพาะเพลงน่ารักๆ อย่าง Three Little Maids from School Are We) ฉาก และเครื่องแต่งกายสวยสดงดงาม เหมาะสมกับรางวัลออกแบบเครื่องแต่งกายยอดเยี่ยม แต่งหน้ายอดเยี่ยม และน่าจะคว้ารางวัลออกแบบงานสร้างยอดเยี่ยมอีกรางวัลหนึ่งบนเวทีออสการ์


   สำหรับผู้เขียน ถ้าหนังอย่าง Looking for Richard (1996) ของ อัล ปาชิโน และ Shakespeare in Love (1998) ของ จอห์น แมดเดน คือหนัง 2 เรื่องในทำเนียบหนังยอดเยี่ยมเกี่ยวกับกลุ่มคนละครเวที เพิ่ม Topsy-Turvy เข้าไปอีกเรื่องหนึ่งย่อมไม่มีข้อกังขาใดๆ ในใจ
 


หนังตัวอย่าง:


รางวัล: Won 2 Oscars. Another 12 wins & 22 nominations

Academy Awards, USA
Year Result Award Category/Recipient(s)
2000 Won Oscar Best Costume Design
Lindy Hemming 
Best Makeup
Christine Blundell 
Trefor Proud 
Nominated Oscar Best Art Direction-Set Decoration
Eve Stewart (art director) 
John Bush (set decorator) 
Best Writing, Screenplay Written Directly for the Screen
Mike Leigh 
 
BAFTA Awards
Year Result Award Category/Recipient(s)
2000 Won BAFTA Film Award Best Make Up/Hair
Christine Blundell 
Nominated Alexander Korda Award for Best British Film Simon Channing Williams 
Mike Leigh 
BAFTA Film Award Best Performance by an Actor in a Leading Role
Jim Broadbent 
Best Performance by an Actor in a Supporting Role
Timothy Spall 
Best Screenplay - Original
Mike Leigh 
 
British Independent Film Awards
Year Result Award Category/Recipient(s)
2000 Nominated British Independent Film Award Best Achievement in Production
Best Actor
Jim Broadbent 
Best Director
Mike Leigh 
 
Chicago Film Critics Association Awards
Year Result Award Category/Recipient(s)
2000 Nominated CFCA Award Best Actor
Jim Broadbent 
Best Screenplay
Mike Leigh 
 
Empire Awards, UK
Year Result Award Category/Recipient(s)
2001 Nominated Empire Award Best British Film
 
Evening Standard British Film Awards
Year Result Award Category/Recipient(s)
2001 Won Evening Standard British Film Award Best Actor
Jim Broadbent 
Best Film
Mike Leigh 
 
Independent Spirit Awards
Year Result Award Category/Recipient(s)
2000 Nominated Independent Spirit Award Best Foreign Film
Mike Leigh 
UK.
 
London Critics Circle Film Awards
Year Result Award Category/Recipient(s)
2001 Won ALFS Award British Actor of the Year
Jim Broadbent 
Nominated ALFS Award British Director of the Year
Mike Leigh 
British Film of the Year
British Producer of the Year
Simon Channing Williams 
British Screenwriter of the Year
Mike Leigh 
British Supporting Actor of the Year
Timothy Spall 
British Supporting Actress of the Year
Shirley Henderson 
British Supporting Actress of the Year
Lesley Manville 
 
Motion Picture Sound Editors, USA
Year Result Award Category/Recipient(s)
2000 Nominated Golden Reel Award Best Sound Editing - Music - Musical Feature (Foreign & Domestic)
Michael Connell (music/scoring editor) 
Denise Connell (music editor) 
 
National Society of Film Critics Awards, USA
Year Result Award Category/Recipient(s)
2000 Won NSFC Award Best Director
Mike Leigh 
Best Film
Tied with Being John Malkovich (1999).
2nd place NSFC Award Best Actor
Jim Broadbent 
 
New York Film Critics Circle Awards
Year Result Award Category/Recipient(s)
1999 Won NYFCC Award Best Director
Mike Leigh 
Best Film
3rd place NYFCC Award Best Actor
Jim Broadbent 
 
Sarajevo Film Festival
Year Result Award Category/Recipient(s)
2000 Won Panorama Jury Prize Mike Leigh 
Tied with Yi yi (2000).
 
Venice Film Festival
Year Result Award Category/Recipient(s)
1999 Won Volpi Cup Best Actor
Jim Broadbent 
Nominated Golden Lion Mike Leigh 
 

 


After Gilbert and Sullivan''s latest play is critically panned, the frustrated team threatens to disband until it is inspired to write the masterpiece "The Mikado."

Topsy-Turvy is a 1999 musical drama film written and directed by Mike Leigh and stars Allan Corduner as Arthur Sullivan and Jim Broadbent as W. S. Gilbert, along with Timothy Spall and Lesley Manville. The story concerns the 15-month period in 1884 and 1885 leading up to the premiere of Gilbert and Sullivan''s The Mikado. The film focuses on the creative conflict between playwright and composer, and the decision by the two men to continue their partnership, which led to the creation of several more famous Savoy Operas between them.
The film was not released widely, but it received very favourable reviews, including a number of film festival awards and two design Academy Awards. While considered an artistic success, illustrating Victorian era British life in the theatre in depth, the film did not recover its production costs. Leigh cast actors who did their own singing in the film, and the singing performances were faulted by some critics, while others lauded Leigh''s strategy.

On the opening night of Princess Ida at the Savoy Theatre in January 1884, composer Arthur Sullivan (Allan Corduner), who is ill from kidney disease, is barely able to make it to the theatre to conduct. He goes on a holiday to Continental Europe hoping that the rest will improve his health. While he is away, ticket sales and audiences at the Savoy Theatre wilt in the hot summer weather. Producer Richard D''Oyly Carte (Ron Cook) has called on Sullivan and the playwright W. S. Gilbert (Jim Broadbent) to create a new piece for the Savoy, but it is not ready when Ida closes. Until a new piece can be prepared, Carte revives an earlier Gilbert and Sullivan work, The Sorcerer.
Gilbert''s idea for their next opera features a transformative magic potion, which Sullivan feels is too similar to the magic lozenge and other magic talismans used in previous operas[2] and appears mechanical in its reliance on a supernatural device. Sullivan, under pressure to write more serious music, says he longs for something that is "probable" and involves "human interest", and is not dependent on magic. Gilbert sees nothing wrong with his libretto and refuses to write a new one, which results in a standoff. The impasse is resolved after Gilbert and his wife visit a popular exhibition of Japanese arts and crafts in Knightsbridge, London. When the katana sword he purchases there falls noisily off the wall of his study, he is inspired to write a libretto set in exotic Japan. Sullivan likes the idea and agrees to compose the music for it.
Gilbert, Sullivan and Carte work to make The Mikado a success, and many glimpses of rehearsals and stressful backstage preparations for the show follow: Cast members lunch together before negotiating their salaries. Gilbert brings in Japanese girls from the exhibition to teach the ladies'' chorus how to walk and use fans in the Japanese manner. The principal cast react to the fittings of their costumes designed by C. Wilhelm. The entire cast object to the proposed cut of the title character''s Act Two solo, "A more humane Mikado". The actors face first-night jitters in their dressing rooms. Finally The Mikado is ready to open. As usual, Gilbert is too nervous to watch the opening performance and paces the streets of London. Returning to the theatre, however, he finds that the new opera is a resounding success.


 

คลิกดูรีวิว ผลงานเรื่องอื่นๆของ

Mike Leigh

 

Happy-Go-Lucky (2008) 
(บรรยายไทย)Directer:Mike Leigh ผู้กำกับที่ทำแต่หนังเครียดๆ มาทำหนังน่ารักก็ทำได้สุดยอดเช่นกัน มันเป็นหนังที่คุณจะหลงรัก และสร้างกำลังใจอันใหญ่หลวงให้กับผู้ชม หนังคว้ารางวัลมาแล้วจากหลายเทศกาล และที่สุดยอดที่สุดคือ แซลลี่ ฮอว์กินส์ ที่นักวิจารณ์ลงความเห็นว 
   
Secrets & Lies (1996) 
(บรรยายอังกฤษ)กำกับ:Mike Leigh เบรนดา เบลธิน โชว์พลังการแสดงได้อย่างยอดเยี่ยมจนได้รับรางวัลนักแสดงนำหญิงจากหลายเวทีด้วยกัน รวมถึงจากเทศกาลหนังเมืองคานส์ปี 1996ด้วย และภาพยนตร์ก็ประสบความสำเร็จสูงสุดบนเวทีนี้ จนคว้ารางวัลปาล์มทองมาครอง

 

   

 

 


เข้าชม : 4855    [ ขึ้นบน ]
ภาพยนตร์เรื่องนี้อยู่ในประเภท: originEurope: music: NudeFilms: SubtitleEnglish: BeautifulPicture: recommend



หนังยุโรปเรื่องอื่นๆที่น่าสนใจ..ลองเข้าไปดูซิครับ