[ ดูREVIEWทั้งหมด ]

 
   

INDY MOVIE REVIEWS

 
 
   
 

Sweet Sixteen (2002)

(บรรยายไทย)

 
   

Directer:Ken Loach   Producer:Rebecca O''Brien   Writter:Paul Laverty  Music:George Fenton   Cinematography:Barry Ackroyd   Editor:Jonathan Morris  Running time:106 min   

Country:UK  Language:English Genre:Drama Crime  Subtitle: English/ไทย
Starring:
Martin Compston ... Liam, William Ruane ... Pinball, Annmarie Fulton ... Chantelle,
Michelle Abercromby ... Suzanne, Michelle Coulter ... Jean, Gary McCormack ... Stan,
Tommy McKee ... Rab, Calum McAlees ... Calum

 

   

 

(บทความนี้ตัดมาจาก..http://www.bloggang.com/mainblog.php?id=renton&month=21-09-2006&group=1&gblog=6 ..ขอขอบคุณท่านผู้เขียนมา ณ.ที่นี้)
เขียนโดย renton_renton (นักวิจารณ์คนโปรดของผม)
Sweet Sixteen ... ครบรอบวันเกิดแล้ว อยากได้อะไร (2002)

     ภาพของปัญหาทางสังคม ทางครอบครัว หรือการเมือง มักเป็นประเด็นหลักสำหรับ
Ken Loach ผู้กำกับสูงวัยชาวอังกฤษ นำมาเสนอในผลงานการกำกับของเขาอยู่เสมอ ใน Kes (1969) ได้ตีแผ่ปัญหาเรืองนโยบายการศึกษาของอังกฤษ, Land and Freedom (1995) เกี่ยวกับหนุ่มอังกฤษผู้ฝักใฝ่คอมมิวนิสต์เข้าร่วมต่อสู้กับกองทัพฟาสซิสม์ในช่วงสงครามกลางเมืองในสเปน, Carla’s Song (1996) เกี่ยวกับความรักที่เกิดขึ้นท่ามกลางสงครามกลางเมืองในนิคารากัวของหนุ่มโซเฟอร์รถเมล์ชาวอังกฤษและสาวชาวนิคารากัว และล่าสุด The Wind That Shakes the Barley (2006) ก็เล่าย้อนไปในปี 1920 เกี่ยวกับกองกำลังกู้ชาติไอริชที่ต่อต้านการคุกคามของกองทัพอังกฤษ (หนังเรื่องนี้ทำให้ Ken Loach ได้รับรางวัล ปาล์มทองคำ จากเทศกาลหนังเมืองคานส์ในปี 2006)
      และใน
Sweet Sixteen หนังปี 2002 เป็นหนังที่นำเสนอในด้านปัญหาของเยาวชนในสก็อตแลนด์ ที่มีส่วนเข้าไปเกี่ยวข้องกับยาเสพติดอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ รวมทั้งเรื่องการศึกษา ความรุนแรงทั้งในและนอกครอบครัว โดยมีประเด็นหลักคือ “ ความอบอุ่นของครอบครัว ” ที่ตัวละครหลักของเรื่องถวิลหาอยู่ทุกลมหายใจ


(บทความนี้ตัดมาจาก..http/www.pantip.com/cafe/chalermthai/topicstock/A2359301/A2359301.html ..ขอขอบคุณท่านผู้เขียนมา ณ.ที่นี้)

ตัดมาจากกระทู้ในพันทิพ
เขียนโดยMadeleine de Scudery

SWEET SIXTEEN
จากข่าวในนสพ.กรุงเทพธุรกิจฉบับวันที่ 7 มิ.ย. 2545
        ถึงแม้
มาร์ติน คอมพ์สตัน จะได้รับคำชมอย่างมากจากการแสดงนำในภาพยนตร์เรื่อง Sweet Sixteen แต่ชายหนุ่มวัย 18 ปีจากสก็อตแลนด์คนนี้กลับเปิดเผยว่าเขาสนใจจะเป็นนักฟุตบอลมากกว่าจะเป็นนักแสดง
       
คอมพ์สตันได้รับคำชมจากนักวิจารณ์อย่างมากเมื่อภาพยนตร์เรื่อง Sweet Sixteen ที่กำกับโดยเคน โลชเปิดฉายในเทศกาลภาพยนตร์เมืองคานส์ โดยในเรื่องนี้เขารับบทเป็นเด็กหนุ่มที่ยึดอาชีพค้ายาเสพติดเพื่อจะได้นำเงินไปตั้งต้นชีวิตใหม่หลังแม่ของเขาออกจากคุก
       
คอมพ์สตันแสดงภาพยนตร์เรื่องนี้เป็นเรื่องแรก โดยเขาไปร่วมการทดสอบคัดเลือกตัวหาดารานำใน Sweet Sixteen เพียงเพราะเห็นว่าการคัดเลือกตัว "คงเป็นเรื่องที่สนุกดี" แต่ผลกลับปรากฏว่าเขาสามารถเอาชนะเด็กหนุ่มอีก 300 คนที่มาคัดเลือกตัวเพื่อแย่งชิงบทเดียวกับเขาได้
       
คอมพ์สตันเล่นฟุตบอลให้กับทีมกรีนนอค มอร์ตัน ซึ่งเป็นทีมที่ติดอยู่ในอันดับเกือบท้ายสุดในอันดับทีมฟุตบอลของสก็อตแลนด์ โดยเขาได้รับค่าตัว 65 ปอนด์ (100 ดอลลาร์) ต่อสัปดาห์ในฐานะนักฟุตบอลฝึกหัด

        แทนที่คอมพ์สตันจะต้องการเป็นดาราดังของอังกฤษเหมือนอย่างโรเบิร์ต คาร์ไลล์ (The Full Monty) หรือยวน แมคเกรเกอร์ (Trainspotting) เขากลับต้องการเป็นนักฟุตบอลมากกว่า โดยเขากล่าวว่า "ผมชอบการเล่นหนัง แต่ยังไม่มีคนมาติดต่อให้ผมเล่นหนังเรื่องอื่นๆ ฟุตบอลเป็นสิ่งที่ผมคลั่งไคล้มาโดยตลอดและเป็นแหล่งที่มาของรายได้ของผมในตอนนี้"
        นักแสดงคนอื่นๆใน
Sweet Sixteen บอกเขาว่าเขาควรยึดอาชีพในวงการแสดง โดยแอนมารี ฟุลตัน ซึ่งมีอายุ 19 ปี และรับบทเป็นพี่สาวของคอมพ์สตันในเรื่องนี้กล่าวว่า "ฉันบอกเขาว่าเขาควรหาเอเยนต์ของตัวเองเพราะเขามีความสามารถสูงมากและเขาต้องไปได้ดีอย่างแน่นอน แต่เขากลับไม่เชื่อฉัน"
       
ฟุลตัน, คอมพ์สตัน และนักแสดงคนอื่นๆในเรื่องนี้ซึ่งส่วนใหญ่เป็นนักแสดงหน้าใหม่ต่างได้รับคำชมว่าแสดงได้อย่างเป็นธรรมชาติมาก และถึงแม้คอมพ์สตันจะยังไม่คิดเอาดีทางการเป็นดารา แต่เขาก็ดีใจที่ตนเองได้รับความสนใจจากสื่อมวลชนเป็นอย่างมาก
        "มันช่างวิเศษเหลือเกินที่มีแสงแฟลชวูบวาบใส่หน้าเราอยู่ตลอดเวลา นี่คือสิ่งที่อาจเกิดขึ้นเพียงครั้งเดียวในชีวิต ผมรู้สึกเหมือนเป็นผู้ชนะในการแข่งฟุตบอลโลก"
คอมพ์สตันกล่าวขณะที่เขาเดินบนพรมแดงผ่านกลุ่มสื่อมวลชนที่รุมกันถ่ายรูปเขาในเทศกาลภาพยนตร์เมืองคานส์ และเขายังกล่าวอีกด้วยว่า "คานส์เป็นสถานที่ที่วิเศษเกินจริง พวกเราไปเที่ยวไนท์คลับกันและได้พบเจ้าชายอัลเบิร์ตแห่งโมนาโคด้วย ผมทึ่งมากที่เห็นพระองค์มีสาวๆสวยๆมากมายมารุมล้อม"
      
 เคน โลช ผู้กำกับ Sweet Sixteen เคยศึกษากฎหมายที่มหาวิทยาลัยออกซ์ฟอร์ด ก่อนจะมายึดอาชีพเป็นผู้กำกับ โดยโลชแสดงความยินดีที่คอมพ์สตันได้รับคำชมจากนักวิจารณ์ แต่เขาให้คำแนะนำกับคอมพ์สตันว่า "ถึงคอมพ์สตันจะได้รางวัลด้านการแสดง แต่นั่นก็ไม่ใช่สิ่งที่จะทำให้เขาหาเลี้ยงชีพได้ ผมไม่สนับสนุนให้เขาเป็นนักแสดงเพราะการหางานแสดงไม่ใช่เรื่องง่ายๆ มันเป็นเรื่องที่ยากมาก"
       
Sweet Sixteen มีเนื้อหาเกี่ยวกับเลียม เด็กหนุ่มวัย 16 ปีที่พบว่าจีน แม่ของเขากำลังจะถูกปล่อยตัวจากคุก เขาตั้งใจจะยกระดับชีวิตครอบครัวของตัวเองให้ดีขึ้นเพื่อแม่ของเขา และตั้งใจจะพาแม่ไปอาศัยอยู่ในที่ที่คนเลวอย่างแฟนเก่าของแม่และคุณตาของเขาไม่สามารถมาสร้างความรำคาญได้อีกต่อไป แต่สิ่งแรกที่เลียมต้องทำคือหาเงินให้ได้ก่อน และเขาพบว่าเขาถลำลึกเข้าไปพัวพันกับเรื่องราวที่ยุ่งยากเกินกว่าที่คาดไว้
        "ผมรู้จักคนหลายคนที่เหมือนกับในหนังเรื่องนี้ และผมไม่คิดว่าสิ่งที่ผมทำคือการแสดง ผมไม่ใช่นักแสดง และนั่นคือสาเหตุที่
โลชเลือกผม ผมไม่จำเป็นต้องศึกษาหาข้อมูลเพื่อจะได้แสดงได้อย่างสมจริงในหนังเรื่องนี้ เพราะชีวิตจริงของผมไม่ต่างไปจากหนังเรื่องนี้" คอมพ์สตันกล่าว
      
 โลชเปิดเผยว่าเขารู้สึกทึ่งมากกับความสามารถของนักแสดงวัยรุ่นหน้าใหม่หลายคนในเรื่องนี้ โดยเขากล่าวว่า "พวกเขาใช้สัญชาตญาณในการแสดงและเราได้ประโยชน์อย่างมากจากจุดนั้น พวกเขาช่วยให้ตัวละครสามารถเปิดเผยตัวตนที่แท้จริงออกมา"
        ตัวละครในภาพยนตร์เรื่องนี้พูดคุยกันด้วยภาษาอังกฤษสำเนียงสก็อต ซึ่งเป็นสำเนียงที่ฟังยากมาก ดังนั้น
โลชจึงตัดสินใจใส่ซับไตเติลภาษาอังกฤษเข้าไปในภาพยนตร์เรื่องนี้ด้วย
      
 เคน โลช เคยเข้าชิงรางวัลปาล์มทองคำในเทศกาลภาพยนตร์เมืองคานส์มาแล้วถึง 7 ครั้ง จาก Looks and Smiles (1981), Hidden Agenda (1990), Raining Stones (1993), Land and Freedom (1995), My Name Is Joe (1998), Bread and Roses (2000) และ Sweet Sixteen และเคยได้รับรางวัลขวัญใจสื่อมวลชนในงานเมืองคานส์จาก Black Jack (1979), Riff-Raff (1990) และ Land and Freedom ด้วย
      
โลชมีชื่อเสียงในการสร้างภาพยนตร์เกี่ยวกับชนชั้นแรงงานในอังกฤษ เขาโด่งดังขึ้นมาในทศวรรษ 1960 เมื่อภาพยนตร์เรื่อง Cathy Come Home ของเขาได้รับคำชมว่าเป็นกระบอกเสียงให้กับกลุ่มคนไร้บ้าน ในขณะที่ภาพยนตร์เรื่อง Kes (1969) ของเขาซึ่งมีเนื้อหาเกี่ยวกับเด็กหนุ่มและเหยี่ยวได้รับคำชมว่าเป็นภาพยนตร์ระดับ "มาสเตอร์พีซ"
       
พอล ลาเวอร์ตี ผู้เขียนบทภาพยนตร์เรื่องนี้ได้รับรางวัลบทภาพยนตร์ยอดเยี่ยมในเทศกาลเมืองคานส์ปี 2002 ด้วย โดย Sweet Sixteen นั้นนับเป็นภาพยนตร์เรื่องที่ 5 ที่ลาเวอร์ตีได้ร่วมงานกับโลช
 


ปัญหาเรื่องเรทหนังของ SWEET SIXTEEN
จากข่าวในนสพ.กรุงเทพธุรกิจฉบับวันที่ 8 ต.ค. 2545
       
เคน โลช หนี่งในผู้กำกับภาพยนตร์ที่โด่งดังที่สุดในอังกฤษ กล่าวว่าวัยรุ่นควรยอมฝ่าฝืนกฎหมายเพื่อเข้าชมภาพยนตร์เรื่อง Sweet Sixteen ที่เขากำกับ เนื่องจากคณะกรรมการจัดเรทภาพยนตร์ในอังกฤษให้เรท 18 (ผู้มีอายุต่ำกว่า 18 ปีห้ามเข้าชม) แก่ภาพยนตร์เรื่องนี้เพียงเพราะภาพยนตร์เรื่องนี้ใช้คำหยาบคาย ในขณะที่ภาพยนตร์เรื่อง Black Hawk Down ได้เรทเพียง 15 ทั้งที่มีฉากการฆ่ากัน
        หนังสือพิมพ์เดลี่ เทเลกราฟ รายงานว่า
โลชกล่าวว่าคำตัดสินของคณะกรรมการจัดเรทภาพยนตร์อังกฤษเป็นสิ่งที่ไม่มีเหตุผลสมควร "ผมสงสัยว่าคณะกรรมการจัดเรทภาพยนตร์อังกฤษมีจุดประสงค์อะไรในการจัดให้หนังเรื่องนี้ได้เรทเดียวกับหนังโป๊" โลชกล่าว
       
พอล ลาเวอร์ตี ได้รับรางวัลบทภาพยนตร์ยอดเยี่ยมจาก Sweet Sixteen ในเทศกาลภาพยนตร์เมืองคานส์ โดยภาพยนตร์เรื่องนี้มีเนื้อหาเกี่ยวกับวัยรุ่นชายคนหนึ่งที่อาศัยอยู่ในย่านเสื่อมโทรมชานเมืองกลาสโกว์ โดยเขาเข้าไปเกี่ยวข้องกับอาชญากรรมและยาเสพติดในขณะที่รอให้แม่ของเขาที่ติดเฮโรอีนออกจากคุก
        โฆษกของคณะกรรมการจัดเรทภาพยนตร์กล่าวว่า
Sweet Sixteen มีการใช้คำหยาบคำหนึ่งกว่า 200 ครั้ง และมีการใช้คำหยาบอีกคำหนึ่ง 20 ครั้ง และกล่าวว่า ผลการวิจัยพบว่าประชาชนจำนวนมากยอมรับว่าคำหยาบเป็นส่วนหนึ่งของชีวิต แต่ไม่ต้องการได้ยินคำหยาบบางคำในภาพยนตร์
       "
Black Hawk Down ได้เรท 15 ทั้งๆที่มีฉากอวัยวะร่างกายกระเด็นไปตามแรงระเบิดและแสดงให้เห็นถึงการเหยียดผิวอย่างร้ายกาจ แต่เรากลับได้เรท 18 เพียงเพราะมีคำหยาบ" พอล ลาเวอร์ตีกล่าว
      
โลชเป็นผู้กำกับที่มีชื่อเสียงในการถ่ายทอดชีวิตของชนชั้นแรงงานในอังกฤษ โดยเขาโด่งดังขึ้นมาในทศวรรษ 1960 ด้วยภาพยนตร์สำหรับฉายทางโทรทัศน์เรื่อง Cathy Come Home ซึ่งมีเนื้อหาเกี่ยวกับคนไร้บ้าน และภาพยนตร์เรื่องนี้เป็นแรงผลักดันที่ทำให้รัฐบาลอังกฤษต้องปรับเปลี่ยนกฎหมายด้านการเคหะในที่สุด ทั้งนี้ ถึงแม้ภาพยนตร์ของโลชมักได้รับคำตำหนิในด้านการถ่ายภาพ แต่โลชกลับกล่าวว่า "เมื่อใดก็ตามที่ผู้ชมมุ่งความสนใจไปที่งานด้านภาพ นั่นก็แสดงให้เห็นว่าหนังเรื่องนั้นต้องมีข้อบกพร่องในด้านเนื้อเรื่อง"
     
 ดีเรค มัลคอล์ม นักวิจารณ์ของหนังสือพิมพ์ เดอะ การ์เดียนของอังกฤษเป็นอีกคนหนึ่งที่ชื่นชอบโลชมาก โดยเขากล่าวว่าภาพยนตร์ที่ยอดเยี่ยมของโลชคือเรื่อง Kes, Riff-Raff และ Raining Stones และกล่าวว่าหนึ่งในฉากที่ลืมไม่ลงในภาพยนตร์ของโลชคือฉากใน Riff-Raff เมื่อริคกี ทอมลินสัน ซี่งเป็นช่างก่อสร้างในอาคารใหม่ลุกขึ้นจากอ่างอาบน้ำในสภาพเปลือยกายและพบว่าผู้คนกลุ่มหนึ่งกำลังจ้องดูเขาด้วยความประหลาดใจ โดยคนกลุ่มนี้เป็นลูกค้าของเจ้าของอาคารที่กำลังอยู่ในระหว่างการเยี่ยมชมตัวอาคาร
      มัลคอล์มกล่าวว่าจุดเด่นของโลชคือการยึดมั่นในลัทธิสังคมนิยมอย่างเหนียวแน่น โดยภาพยนตร์ของเขามัก แสดงให้เห็นถึงความอยุติธรรมในระบบทุนนิยมที่ไร้หัวใจและเสนอทางออกในแบบสังคมนิยมให้กับตัวละครในเรื่อง นอกจากนี้ โลชยังสามารถสอดใส่อารมณ์ขันเข้าไปในประเด็นที่ซีเรียสมากๆได้ด้วย โดยนักวิจารณ์ชาวละตินอเมริกันคนหนึ่งในเทศกาลภาพยนตร์เมืองคานส์เคยกล่าวว่า "ยังมีใครอื่นอีกนอกจากโลชที่สามารถทำให้คุณทั้งหัวเราะและร้องไห้ได้ภายในเวลาเพียง 2 นาที"
     นิตยสาร ไซท์ แอนด์ ซาวด์ ของอังกฤษเปิดเผย 10 อันดับภาพยนตร์ในดวงใจของผู้กำกับภาพยนตร์ชื่อดังเมื่อปีที่แล้ว โดยระบุว่า
เคน โลช ผู้กำกับชาวอังกฤษที่โด่งดังจากการสร้างหนังสะท้อนปัญหาสังคมและการเมือง เช่น Carla''s Song, The Navigators, My Name Is Joe และ Land and Freedom เปิดเผยว่าหนัง 10 เรื่องที่เขารักที่สุดในชีวิต ได้แก่ Breathless (ฌอง-ลุค โกดาร์ด), The Battle of Algiers (จิลโล ปอนเตโคร์โว), A Blonde in Love (มิลอส ฟอร์แมน), Bicycle Thieves, Closely Observed Trains (จิริ เมนเชล), Fireman''s Ball (มิลอส พอร์แมน), Jules and Jim (ฟรังซัวส์ ทรุฟโฟต์), Rules of the Game (ฌอง เรอนัวร์), The Tree of the Wooden Clogs (เออร์มาโน โอลมี) และ Wild Strawberries (อิงมาร์ เบิร์กแมน)
    
ลูคัส มูดิสสัน (Together, Lilja 4 Ever, Show Me Love) ผู้กำกับภาพยนตร์ชื่อดังชาวสวีเดนกล่าวว่าภาพยนตร์เรื่อง Riff-Raff เป็นหนึ่งใน 10 ภาพยนตร์ที่เขาชื่นชอบที่สุดในชีวิต ในขณะที่กูรินเดอร์ ชัดฮา เลือกภาพยนตร์เรื่อง Up the Junction, Kes และ Raining Stones ของโลชให้ติด 10 อันดับภาพยนตร์สุดโปรดของเธอ โดยชัดฮาเคยกำกับภาพยนตร์เรื่อง Bend It Like Beckham, What''s Cooking? และ Bhaji on the Beach
 


หนังตัวอย่าง:


รางวัล:9 wins & 16 nominations

BAFTA Awards, Scotland
Year Result Award Category/Recipient(s)
2002 Won BAFTA Scotland Award Best Actor in a Feature Film
Martin Compston 
 
Bodil Awards
Year Result Award Category/Recipient(s)
2004 Nominated Bodil Best Non-American Film (Bedste ikke-amerikanske film)
Ken Loach 
 
British Independent Film Awards
Year Result Award Category/Recipient(s)
2002 Won British Independent Film Award Best British Independent Film
Most Promising Newcomer
Martin Compston 
Nominated British Independent Film Award Best Director
Ken Loach 
Best Screenplay
Paul Laverty 
Most Promising Newcomer
William Ruane 
 
Brothers Manaki International Film Festival
Year Result Award Category/Recipient(s)
2003 Won Golden Camera 300 Barry Ackroyd 
Tied with Christopher Doyle for Ying xiong (2002).
 
Camerimage
Year Result Award Category/Recipient(s)
2002 Nominated Golden Frog Barry Ackroyd 
 
Cannes Film Festival
Year Result Award Category/Recipient(s)
2002 Won Best Screenplay Paul Laverty 
Nominated Palme d''Or Ken Loach 
 
César Awards, France
Year Result Award Category/Recipient(s)
2003 Nominated César Best European Union Film (Meilleur film de l''Union Européenne)
Ken Loach 
UK.
 
Emden International Film Festival
Year Result Award Category/Recipient(s)
2003 Nominated Emden Film Award Ken Loach 
 
Empire Awards, UK
Year Result Award Category/Recipient(s)
2003 Nominated Empire Award Best Newcomer
Martin Compston 
 
European Film Awards
Year Result Award Category/Recipient(s)
2002 Won FIPRESCI Prize Ken Loach 
Nominated Audience Award Best Actor
Martin Compston 
European Film Award Best Actor
Martin Compston 
Best Director
Ken Loach 
Best Screenwriter
Paul Laverty 
 
London Critics Circle Film Awards
Year Result Award Category/Recipient(s)
2003 Won ALFS Award British Newcomer of the Year
Martin Compston 
Tied with Keira Knightley for Bend It Like Beckham(2002).
Nominated ALFS Award British Film of the Year
British Screenwriter of the Year
Paul Laverty 
 
Robert Festival
Year Result Award Category/Recipient(s)
2004 Nominated Robert Best Non-American Film (Årets ikke-amerikanske film)
Ken Loach (director) 
 
Valladolid International Film Festival
Year Result Award Category/Recipient(s)
2002 Won Best Director of Photography Barry Ackroyd 
Golden Spike Ken Loach 
Unanimously.
 



Determined to have a normal family life once his mother gets out of prison, a Scottish teenager from a tough background sets out to raise the money for a home.

Liam is a young, restless teen struggling to realize his dream in the gritty and dismal streets of Greenock, where unemployment is rampant and little hope is available to the city''s youth. He is waiting for the release of his mother, Jean, from prison where she is completing a prison term for a crime that her boyfriend actually committed. Her boyfriend, Stan, is a crude and obnoxious drug pusher is partnered by Liam''s equally rough and foul-mouthed, mean-spirited grandfather. Liam is determined to rescue his mother from both of them, which means creating a safe haven beyond their reach. But first he''s got to raise the cash--no small feat for a young man It''s not long before Liam and his pals'' crazy schemes lead them into all sorts of trouble. Finding himself dangerously out of his depth, Liam knows he should walk away. Only this time, he just can''t let go.


 

คลิกดูรีวิว ผลงานเรื่องอื่นๆของ

Ken Loach

 

Kes (1969)(มีบรรยายไทย) 
Directer:Ken Loach ผลงานระดับมาสเตอร์พีซของผู้กำกับขั้นเทพเจ้าของปาร์มทองจากเรื่อง The Wind That Shakes the Barley (2006) แต่ Kes (1969) เป็นหนังในยุคแรกๆของเขา และถูกกล่าวขวัญอย่างมากมาจนถึงปัญจุบัน
   

 


 

 

 


เข้าชม : 8083    [ ขึ้นบน ]
ภาพยนตร์เรื่องนี้อยู่ในประเภท: originEurope: AbusedKid: FeelGood: SubtitleEnglish: SubtitleThai: recommend



หนังยุโรปเรื่องอื่นๆที่น่าสนใจ..ลองเข้าไปดูซิครับ