[ ดูREVIEWทั้งหมด ]

 
   

INDY MOVIE REVIEWS

 
 
   
 

Desperate Living (1977)

(บรรยายไทย)

 
   

Directer:John Waters  Producer:John Waters Writter:John Waters  Music: Chris Lobingier, Allen Yanus Cinematography: John Waters Editor: Charles Roggero  Running time:90 min    Country:United States  Language:English Genre:Comedy, Crime, Fantasy  

Subtitle: English/ไทย Starring:Mink Stole as Peggy Gravel, Jean Hill as Grizelda Brown,
Edith Massey as Queen Carlotta, Mary Vivian Pearce as Princess Coo-Coo,
Liz Renay as Muffy St. Jacques, Susan Lowe as Mole McHenry, George Stover as Bosley Gravel,
Turkey Joe as Sheriff Shitface, Cookie Mueller as Flipper, Channing Wilroy as Lt. Wilson,
Ed Peranio as Lt. Williams, Paul Swift as Mr. Paul, George Figgs as Herbert,
Al Strapelli as Dr. Evans, Brook Blake as Bosley Gravel, Jr., Karen Gerwig as Beth Gravel

 

   

  

หนังตลกเสียดสีจิกกัดอันแสนหยาบคาย ที่เพี้ยนไม่น้อยหน้าหนังเรื่องไหนๆของเขา จะมีใครคิดมุกอะไรได้แบบนี้ถ้าไม่ใช่ จอห์น วอเตอร์ แม้เวลาผ่านไปสามสิบกว่าปี หนังเรื่องนี้ก็ยังแสบอยู่เลยไม่น่าเชื่อ!!


 

(บทความนี้ตัดมาจาก.. http://filmsick.exteen.com/20050608/desperate-living-fs.. ขอขอบคุณท่านผู้เขียนมา ณ.ที่นี้)
Desperate Living นิทานถ่อย!
เขียนโดย filmsick in sickfilm

- เพื่อความสมบูรณ์ในการแสดงภาพของหนัง บทความชิ้นนี้จำเป็นต้องมีคำหยาบ คำบาป และถ้อยคำจิกกัดเป็นระยะ หากท่านผู้อ่านจัดอยู่ในลักษณะเคร่งครัดทางศีลธรรม ขอท่านจงโปรดเลยผ่านบทความชิ้นนี้ไป (เพราะอย่างไรเสียท่านก็ไม่ควรดูหนังเรื่องนี้ และยังควรทำเป็นลืมๆไปเสียว่ามีหนังเรื่องนี้อยู่บนโลก)

- บทความชิ้นนี้มีการเปิดเผยเนื้อหาเกือบทั้งหมดของเรื่อง อย่างไรก็ดี แม้ว่าคุณจะรู้เรื่องทั้งหมด มันก็ไม่ได้มีผลต่อ-ความช๊อคตาตั้ง- ที่คุณจะได้รับ เว้นแต่คุณคิดว่าไม่ดูดีกว่า และอีกอย่าง บางทีคุณอาจตัดสินใจได้ทันทีหลังจากได้อ่านว่าชาตินี้จะไม่ยอมดูหนังเรื่องนี้เป็๋นอันขาด
**************************************************************


(ข้อความสึชมพูต่อไปนี้มีการเปิดเผยเนื้อหาสำคัญของหนัง(Spoil เต็มๆ) ถ้ากลัวเสียอรรถรสให้อ่านข้ามไปนะครับ เมื่อดูหนังแล้วค่อยกลับมาอ่านใหม่ครับผม ผู้เขียนเขาเขียนเล่าเรื่องได้ตลกดีครับ



เรื่องนี้เริ่มต้นที่อีนังเพกกี้ (เราสามารถเรียกเธอว่าอีนังเพกกี้ได้เต็มปาก เพราะคุณจะอยากตบเธอตั้งแต่ฉากแรก)

- แก ไอ้พวกเด็กเปต แกมีสิทธิอะไรมาลอบฆ่าฉัน ทีนี้อย่าบอกนะว่าฉันไม่รู้เรื่องสงครามเวียตนาม ดูไอ้เด็กพวกนี้สิ แกมีสิทธิอะไรมายืนบนสนามหญ้าบ้านฉัน ฉันเกลียดสนามหญ้า กลับบ้านไปหาแม่แกสิ ที่นี่ไม่ใช่โรงเลี้ยงเด็กคอมมิวนิสต์นะโว้ย ไปบอกแม่แกด้วยฉันเกลียดมัน ไปบอกแม่แกว่า- ฉัน เกลียด แก๊!!!!- -

อีนังเพกกี้พูดประโยคนี้ใส่หน้าพวกเด็กๆซึ่งมีลูกของเธออยู่ด้วย จากสาเหตุว่าเด็กเล่นลูกบอลแล้วมันกระเด็นเข้ามาในห้องเธอครับ อย่างไม่ต้องสงสัย อีนังเพกกี้เป็นบ้า หล่อนเป็นแม่บ้านชนชั้นกลาง ประสาทกิน เป็นโรควิตกจริต สามีหล่อนไม่ยอมให้หมอเอาหล่อนไปโรงพยาบาลบ้า ซึ่งนั่นเป็นการคิดผิดอย่างมาก เพราะมันทำให้เขาต้องจบชีวิต ด้วยฝีมือ กริเซลด้า แม่บ้านผิวสีร่างยักษ์ เขาตายด้วยการถูกเจ้าหล่อนนั่งทับหน้า!
 
อีนังเพกกี้และกรีเซลด้าเลยเตลิดออกมาจากบ้านพร้อมข้อหาฆ่าคนตาย ระหว่างทางหลับหนี ทั้งคู่ไปพบกับตำรวจโรคจิต และต้องเสียกางเกงใน กับจูบเพื่อเอาตัวรอด(อย่างสุดแสนอุบาทว์) หลบหนีมายังเมืองมอร์ทวิลล์ เมืองอุบาทว์ประหลาดโลก ซึ่งปกครอง ราชินีคาร์ลอตตา (อิดิธ แมสซีย์เล่นได้อุบาทว์เท่าเดิมเป๊ะๆ)

ที่เมืองมอร์ทวิลล์ พวกหล่อนได้พบกับ โมล และ มัฟฟี่ คู่ทอมดี้ เจ้าของบ้านเช่าเส็งเคร็งที่ใกล้จะพังมิพังแหล่ และมีศพนอนตายอยู่ในนั้น ! โมลเอาผ้าปูไปซักและให้พวกหล่อนจัดการกับศพ และอาศัยอยู่ด้วยกัน ระหว่างนั้น กรีเซลดา เริ่มเข้ากับโมล(ซึ่งอยากมีจู๋ )และมัฟฟี่ (ที่ชอบพูดกับนมตัวเอง) ได้ขณะที่ อีนังเพกกี้ชิงชังคนเหล่านี้ นอกจากนั้น กรีเซลด้ายังเบี้ยนกับอีนังเพกกี้อีกด้วย

มาดูรราชินีคาร์ลอตต้า กันมั่ง หล่อนอาศัยอยู่ในปราสาทก๊องแก๊ง (มากๆ)ที่เหมือนกับทำจากกระดาษลังหรือไม้อัด แต่รูปทรงเลียนแบบปราสาทของดิสนีย์แบบสุดๆ หล่อนประกาศความไฮโซของตัว และให้ตำรวจประจำตัว (ที่บางทีหล่อนก็ชอบให้โชว์อาวุธประจำตัวและเอามันมาใช้กับหล่อน (จูบปากฉันทำไม จิ๋มฉันต่างหากที่ต้องการการขัดสีฉวีวรรณ (กรี๊ด!))) ไปจับอีนังเพกกี้ กับกรีเซลดามาเข้าเฝ้าสั่งให้พวกหล่อนแต่งตัวอุบาทว์ (เช่นกรีเซลด้าสวมชุดบัลเลต์สีเขียว) ราชินีคาร์ลอตต้ามีลูกสาวอยู่คนชื่อเจ้าหญิงคูคู คาร์ลอตต้ากำลังเซ็งลูกสาวตัวเองสุดขีด เพราะหล่อนลดเกียรติศักดิ์ศรี แห่งราชวงศ์ลงไปรักกับไอ้หนุ่มเก็บขยะชีเปลือย หล่อนจึงสั่งตำรวจของหล่อนให้ไปเก็บไอ้ชีเปลือยซะแล้วเอาเจ้าหญิงคูคูมา นอกจากนี้หล่อนยังสั่งให้ชาวเมืองแต่ตัวกลับด้าน และ เดินถอยหลังอีกต่างหาก

มิคาดเจ้าหญิงกลับหนีได้ แถมพาศพแฟนหนุ่ม(ที่ตายเปลือย)มาหลบในบ้านของอีนังเพกกี้ ก่อนจะเกิดการต่อสู้กันระหว่างตำรวจกับกรีเซลด้าจนหล่อนโดนบ้านทับตาย เจ้าหญิงถูกลากตัวไป และราชินีคาร์ลอตตา สั่งให้ตำรวจไปรุมข่มขืน เจ้าหญิง (ด้วยความสะใจ) และ ฉีดเชื้อพิษสุนัขบ้า(ซึ่งหล่อนต้องการใช้มันฆ่าพวกโลโซให้หมดไปจากมอร์ทวิลล์) ให้ลูกสาวหล่อนเป็นคนแรก

อีนังเพกกี้เสนอตัวช่วยเหลือ ราชินีเต็มที่
ข้างฝั่งโมลและมัฟฟี่ดันถูกลอตเตอรี่ที่ยึดมาจากอีนังเพกกี้ โมลไปทำจู๋ (โดยเอาจู๋หมอมาใส่ ) แต่มัฟฟี่กลับเกลียดมันจนต้องตัดทิ้ง ก่อนที่กลุ่มสาวเบี้ยนจะมารวมตัวกันแล้วบุกยึดราชบัลลังก์คืนจากราชินีคาร์ลอตต้า แล้ว จับหล่อนมาทำบาร์บีคิว!!!

ถึงตรงนี้ ลมจับกันไปบ้างหรือยังครับ



สำหรับคนที่ไม่เคยรู้จักหนังของ จอห์น วอเตอร์ส และไม่ได้อ่านกระทู้อื่นๆที่เคยเขียนถึง คงต้องมีคำถาม แบบที่ผมเคยถามไว้แน่ๆแล้วจะดูหนังเรื่อง(แบบ)นี้ ไปทำ(บ้า)อะไร !?!

เจตนายังเหมือนเดิมครับ!นี่คือคำตอบ
จอห์น วอเตอรส์ ยังสนุกสนานกับการเสียดสีวิถีอเมริกัน (ด้วยวิธีการแบบสุดขั้ว ลืมตายของเขา) หลังจากเสียดสีความบ้าคลั่งความเป็นหนึ่งใน pink flamingoes เสียดสี วิถีของเด็กสาว และความเพี้ยนผิดบิดเบี้ยวของศิลปะ ใน feamale trouble คราวนี้เขาพุ่งเป้ามาที่เหล่าแม่บ้านชนชั้นกลาง อย่างไม่ไว้หน้า

หนังเปิดตัวอีนังเพกกี้ในบ้านแสนสุขของเธอ สามีแสนดี ลูกน้อยน่ารัก แต่เธอกลับสติแตกด้วยโรควิตกจริตของเธอเอง เสียดสีความวิตกเกินเหตุของบรรดาแม่บ้านได้เป็นอย่างดี ซึ่งจะว่าไปแล้วอาการแบบนี้มักมีสาเหตุจากาการเรียกร้องหาความสมบูรณ์แบบ ทั้งที่มันไม่มีอยู่ และแทนที่จะทำความเข้าใจ เมื่อพบเห็นความไม่สมบูรณ์แบบ พวกหล่อนก็จะร้องแรกแหกกระเชอถึงความอยุติธรรมของชีวิตที่พวกหล่อนได้รับ (มิงค์ สโตล ที่ ขโมยซีนเจ๊ดิไวน์ในบทอีนังแทฟฟี่ลูกสาวตัวแสบใน feamale troubleมารับบทอีนังเพกกี้ได้แบบขโมยทุกซีนตั้งแต่ฉากเปิดตัวไปจนถึงตอนจบ) และนังเพกกี้ก็ยังคง -ดัดจริต -ไปได้จนจบเรื่อง ตั้งแต่ การเกลียดเส้นทางป่าเขา (ชีวิตชั้นน่ะเหมาะกับพื้นซีเมนต์เท่านั้นโว้ย ไม่ใช่พื้นดินพื้นหญ้า )(กรี๊ด!) การชิงชังมอร์ทวิลล์ (ทำหน้าขยะแขยงได้น่าตบมาก) หรืออาการโวยวายเป็นเด็กเอาแต่ใจ ยิ่งหล่อนบ้าคลั่งผิดมนุษย์มากเท่าไหร่ มันก็ยิ่งสะท้อนภาพความบ้าคลั่งที่เราไม่ยอมรับ (แต่อาจเรียกมันในชื่อ สิทธิอันชอบธธรม) ได้อย่างจัดจ้าน จนในตอนท้ายหล่อนกลายเป็นนางแม่มด และได้แต่งตัวแบบเดียวกับยายแม่มดในหนังสโนวไวท์ เป๊ะๆ บวกกับปราสาทของราชินี คาร์ลอตตา นี่ยิ่งเป็นการเสียดสีเทพนิยาย แสนสุขของดิสนีย์ได้อย่างแสบสันต์

ภายใต้เนื้อเรื่องแบบเทพนิยาย ชื่อหนังกลับตั้งว่า - ชีวิตบัดซบ- เทพนิยายกลับหัวกลับหาง เมื่อเจ้าหญิงถูกรุมโทรม เจ้าชายไม่มีมีแต่เลสเบี้ยน(ที่พยามยามจะ)มีจู๋ และนังแม่มดตายสยอง (อุจาดเกินกว่าจะเล่าได้) เทพนิยายกุ๊กกิ๊กถูกนำมาตลบหลังกลายเป็นหนังขยะสุดฮา เป็นความแสบแบบที่พบเห็นได้เฉพาะในหนังจอห์น วอเตอรส์เท่านั้น

และมีความน่าสนใจในบทของโมล สาวทอมคนสำคัญของเรื่อง ไม่รู้ว่าจอห์น วอเตอรส์ ได้คิดหรือว่าโดยบังเอิญ ความอยากมีจู๋ของโมล ช่างคล้ายกับทฤษฏีของฟรอยด์ อย่างเหลือเชื่อ เมื่อเราเชื่อว่าลึงค์คือภาวะการแสดงอำนาจ แต่เขาก็ทำให้มันกลับกลับหางด้วยการ ลดทอนความหมายของลึงค์ จนกลายเป็นแค่อาหารหมา นัยยะหนึ่งนี่เป็นมุกที่ฮามากที่สุดในหนัง แต่อีกนัยยะหนึ่งหนังเชิดชูสตรี และรักร่วมเพศอย่างชัดแจ้ง จนอาจเป็นหนังเฟมินิสต์ (ที่เฟมินิสต์ไม่อยากจำ)ก็เป็นได้ (เพื่อป้องกันความเข้าใจผิด

แน่นอนที่หนังยังคงเต็๋มไปด้วยฉาก ทุเรศลูกนัยน์ตา บทพูดหยาบโลน การแสดงแบบ โคตรโอเวอร์แอคติ้ง คอสตูมสุดอุบาทว์ และดารานำหน้าตาอัปลักษณ์ (แม้ว่าครั้งนี้จะปราศจาก ดิไวน์ และ เดวิด โลคราฮี (เจ้าของบทผัวนังมาร์เบิลใน pink famingoes และไอ้แดชเชอร์ใน feamale troble ) โดยรายหลังนั้นเสียชีวิตจากการเสพยาเกินขนาดไปก่อนหนังจะเปิดกล้อง) พลังของ จอห์น วอเตอรส์ก็ยังคงล้นเหลือ บ้าคลั่ง และเจ็บแสบ จนแม้จะผ่านไปเกือยๆสามสิบปี มันก็ ยังคงสด ใหม่ แสบ แรงได้อย่างเหลือเชื่อ

...........................................................................................................

f o o t n o t e

หลังจากดูหนังเรื่องนี้จบ ไม่ว่าใครจะมองอย่างไรก็ตาม ผมขอประกาศตัวเป็นสาวกของจอห์น วอเตอรส์ ด้วยความสมัครใจ นับจาก อาก คอริสมากิ นี่เป็นผู้กำกับไม่กี่คนที่ผมพยายามจะหางานมาดูให้ครบ และแนะนำกัน แม้คนครึ่งโลกจะเกลียดงานเขาก็ตาม
 


หนังตัวอย่าง:

 



Desperate Living is a 1977 American crime comedy fantasy horror film directed, produced, written, and photographed by Baltimore, Maryland, filmmaker John Waters starring Liz Renay, Jean Hill, Mink Stole, Edith Massey, and Mary Vivian Pearce.

Peggy Gravel (Mink Stole), a neurotic, delusional, suburban housewife, and her overweight maid, Grizelda Brown (Jean Hill), go on the lam after Grizelda smothers Peggy''s husband, Bosley (George Stover), to death. The two are arrested by a cross-dressing policeman (Turkey Joe) who gives them an ultimatum: go to jail or be exiled to Mortville, a filthy shantytown ruled by the evil Queen Carlotta (Edith Massey) and her treasonous daughter, Princess Coo-Coo (Mary Vivian Pearce).
Peggy and Grizelda choose Mortville, but still engage in lesbian prison sex. They become associates of self-hating lesbian wrestler Mole McHenry (Susan Lowe), who wants a sex change to please her lover, Muffy St. Jacques (Liz Renay). Most of Mortville''s social outcasts—criminals, nudists, and sexual deviants—conspire to overthrow Queen Carlotta, who banishes her daughter, Coo-Coo, after she elopes with a garbage collector (George Figgs), who is later shot to death by the guards. Coo-Coo hides in Peggy and Grizelda''s house with her dead lover. When Peggy betrays Coo-Coo to the Queen''s guards, Grizelda fights them, and dies when the house collapses on her. Peggy, however, joins the queen in terrorizing her subjects, even infecting them (and Princess Coo-Coo) with rabies.
Eventually, Mortville''s denizens, led by Mole, overthrow Queen Carlotta and execute Peggy by shooting a gun up her anus. To celebrate their freedom, the townsfolk roast Carlotta on a spit and serve her, pig-like, on a platter with an apple in her mouth.



 

 

 


เข้าชม : 9914    [ ขึ้นบน ]
ภาพยนตร์เรื่องนี้อยู่ในประเภท: gaygoodfilm: curious: SubtitleThai: SubtitleEnglish: originAmericanCanadianAustralian: Lesbian: ArtAndErotic: recommend



หนังเกย์,เลสเบี้ยนและไบเซกช่วลเรื่องอื่นๆที่น่าสนใจ..ลองเข้าไปดูซิครับ