[ ดูREVIEWทั้งหมด ]

 

 

Taxidermia (2006)

(บรรยายไทย)

 

 



พระเอกของหนังเรื่อง
Taxidermia มีด้วยกัน 3 คน ไล่เรียงตามสายบรรพบุรุษตระกูลบาลาโตนี คือคุณปู่, คุณพ่อ และคุณลูกชาย เหตุเกิดขึ้นในยุโรปตะวันออก ลงพิกัดให้แคบลงกว่านั้นคือ ประเทศฮังการี ตำนานเพี้ยนของตระกูลบาลาโตนีนั้นฉายภาพความเป็นไปในยุโรปหลังสงครามโลกได้พิลึกพิลั่นที่สุด เท่าที่คุณๆ จะเคยสัมผัสหรือรับรู้มา

เรื่องเริ่มต้นที่ ลาจอส ศิลปินหนุ่มที่พร่ำพรรณนาถึงชีวิตของตัวเองที่เปลี่ยวเหงา พลางย้อนไปเล่าถึงคุณปู่ของขณะยังเป็นทหารในสงครามโลกครั้งที่ 2 และพยายามจะสำเร็จความใคร่ด้วยตัวเอง แต่ไม่สำเร็จเสียที ส่วนพ่อของเขาใฝ่ฝันอยากเป็นนักสวาปามระดับโอลิมปิก ฝึกซ้อมมาหลายปีแต่ประเทศดันประกาศนโยบายไม่เข้าร่วมแข่งขันกีฬากับนานาชาติ จากนั้นก็ย้อนกลับมาพูดถึงตัวเขาเอง เขาเป็นนักถลกหนัง และใฝ่ฝันอยากถูกรัก อยากเป็นอมตะ

Taxidermia เป็นหนังที่มีเนื้อหานุ่มๆ ว่าด้วยการโหยหาความรัก และความปรารถนาที่ไม่มีวันเป็นจริง แต่ผู้กำกับ จอร์จี พัลฟี กลับเล่าด้วยแนวทางที่พิลึกโลกเกินจะอธิบาย มันเต็มไปด้วยของแปลก ความโสมมล้ำจินตนาการ เรื่องราวใต้สะดือทะลึ่งๆ และความฮาในปริมาณสูง ถึงที่สุดแล้ว ไม่ว่ามนุษย์จะน่ารังเกียจและน่าขยะแขยงขนาดไหน มนุษย์ก็ยังมีความน่ารักน่าเอ็นดูแฝงอยู่นั่นเอง.



คำสารภาพจากผู้กำกับ


      มันเป็นตำนานของตระกูล แม้มันจะไม่ใช่หนังสือนิยาย แต่กลายเป็นหนัง แต่ผมก็ถือว่านี่คือบทบันทึก ทั้งนี้ทั้งนั้นมันไม่ใช่หนังครอบครัว ผมได้ไอเดียคร่าวๆ มาจากสิ่งที่
โธมัส มานน์ (นักประพันธ์ชาวเยอรมัน มีชีวิตอยู่ระหว่าง 1875-1955) เคยเขียนไว้ ถึงลำดับรุ่นของมนุษย์ ตั้งแต่รุ่นปู่ รุ่นพ่อ และมาถึงลูกชาย นี่แหละโลก ปู่เป็นรากฐาน เขาเป็นคนสร้างโลก ส่วนลูกของเขา หรือพ่อนั้นจะเป็นรุ่นที่นำความรุ่งเรืองสู่ครอบครัวหรือสู่โลก ส่วนรุ่นลูก หรือรุ่นสุดท้ายนั้น จะผลาญทุกสิ่งทุกอย่างที่พ่อเคยสร้างไว้จนหมด

ใน
Taxidermia ผมทำการพลิกคว่ำคะมำหายมรดกตกทอดของตระกูลเสียใหม่หมด ใส่องค์ประกอบเพี้ยนๆ ลงไป เพื่อทำให้คนดูรู้สึกว่า แต่ละภาพที่เห็นนั้น คุณไม่สามารถเจอมันในชีวิตประจำวัน

มีประโยคหนึ่งในเรื่องสั้น (
Taxidermia ดัดแปลงมาจากเรื่องสั้นของ ลาจอส พาร์ที นากี) และเป็นประโยคที่สำคัญมาก คือ "ลองเล่าอะไรที่สำคัญเกี่ยวกับตัวคุณมา" ผมไม่จำเป็นต้องบอก และผมไม่ต้องโพนทะนาหรอกว่าผมชอบอะไรในโลกใบนี้ เพราะโลกในเรื่องสั้นของลาจอส พาร์ที นากีนั้นก็ไม่ต่างอะไรกับโลกของผมเลย พล็อตพื้นฐานมาจากเรื่องสั้นของเขา และผมก็เข้าถึงในส่วนของรุ่นลูกมากทีเดียว ผมอยู่ในตำแหน่งเดียวกันนั้นแหละ ผมหวังไว้เล็กๆ ว่าจะประสบความสำเร็จในการทำหนังว่าด้วยสัญชาตญาณของมนุษย์ การตัดสินมนุษย์เรื่องความสมบูรณ์และไม่สมบูรณ์ โดยหลักๆ แล้ว Taxidermia เป็นการบิดเบือน พลิกแพลง หักงอโครงสร้างปกติธรรมดาให้เสียรูปไป ถ้าพิจารณาไปที่พล็อตเรื่องแล้ว คนดูจะเห็นภาพร่างถึง บุคคล 3 แบบ ที่เกิดและมีชีวิตในต่างยุคต่างสมัย พื้นหลังทางสังคมประวัติศาสตร์ที่แตกต่างกัน

ทั้งนี้ทั้งนั้น มันถูกนำเสนอโดยผู้กำกับคนเดียว คือผม มีทีมงานชุดเดียวกันทั้งหมด กระทั่งงานเทคนิคหรือสัญลักษณ์ที่สอดแทรกเข้าไปก็เป็นแบบเดียวกัน รื่องราวทั้งหมดคือเอกภาพ ที่จะนำคนดูไปสู่แก่นแท้ของเนื้อหาที่ผมต้องการจะนำเสนอ


 


Footnote

คำว่า
Taxidermia นั้นแผลงมาจากคำว่า Taxidermy ซึ่งหมายถึง การฆ่าสัตว์แล้วชำแหละเอาหนัง การถลกหนัง และการรักษาซากศพให้อยู่ยงคงกระพัน


Director''s profile

György Pálfi

จอร์จี พัลฟี เกิดวันที่ 11 เมษายน 1974 ที่กรุงบูดาเปสต์ ประเทศฮังการี เขาเรียนจบจากวิทยาลัยการละคร การภาพยนตร์และการโทรทัศน์ฮังการี ซึ่งแม้จะทำหนังมาเพียง 1-2 เรื่อง พัลฟีก็กลายเป็นคนทำหนังที่น่าจับตามากที่สุดในประเทศนี้ รวมถึงในภูมิภาคยุโรปด้วย

ใน
Hukkle งานชิ้นแรกของพัลฟี เขาเปิดตัวด้วยสไตล์อันฉูดฉาด เต็มไปด้วยพลังของวัยหนุ่มที่กล้าหาญและท้าทายการเล่าเรื่องแบบเก่าๆ ของนักทำหนังรุ่นก่อนๆ และทำให้ Hukkle เป็นหนังที่ได้เสียงตอบรับอย่างดีจากเทศกาลภาพยนตร์ต่างๆ

กล่าวสำหรับ
Taxidermia งานที่พัลฟีคิดไว้ว่าอยากทำตั้งแต่ยังเรียนไม่จบนั้น ก็ได้รับเลือกการเข้าฉายที่เทศกาลหนังเมืองคานส์ในปี 2006 ในสาย Un Certain Regard หนังได้เสียงติและชมล้นหลาม ถึงความแปลก แหวกแนว และลูกบ้าที่ทำให้คนดูคาดไม่ถึง มันเป็นหนังที่ส่งให้จอร์จี พัลฟีขั้นมายืนอยู่บนแถวหน้าผู้กำกับคลื่นลูกใหม่ในระดับนานาชาติได้ในเวลาอันรวดเร็ว
 

 


(บทความนี้ตัดมาจาก http://www.bloggang.com/mainblog.php?id=renton&month=16-04-2007&group=1&gblog=30)

Taxidermia ... ลูกบ้าเที่ยวล่า สุด สุด ( 2006 )

เขียนโดย Renton

Taxidermia เป็นหนังจากประเทศฮังการี ที่เล่าถึงช่วงอายุขัยจากคน 3 รุ่น ของตระกูล บาลาโตนี นับตั้งแต่รุ่นคุณปู่ คุณพ่อและรุ่นลูก (รุ่นปัจจุบัน) หนังแบ่งออกเป็น 3 ส่วน ตามรุ่นตามวัยอย่างชัดเจนในสัดส่วนช่วงละประมาณ 30 นาที โดยทั้งหมดนั้นถูกเล่าผ่านห้วงคำนึงของ ลาจอส บาตาโลนี คนรุ่นลูก ที่สำคัญ ใน 3 ช่วง 3 สมัยนี้ต่างก็มีเรื่องราวฉากหลังทางการเมืองและประวัตศาสตร์ที่แตกต่างกันอีกด้วย

และถึงแม้หนังเรื่องนี้จะเป็นเรื่องเล่าหรือตำนานของคนทั้งตระกูล ผู้กำกับ
จอร์จี พัลฟี ก็ให้ทัศนะว่า มันไม่ใช่หนังครอบครัว แต่มันคือบทบันทึกบทหนึ่งเท่านั้น โดยเขาได้นำเรื่องสั้นของ ลาจอส พาร์ที นากี ( Taxidermia, 2006 ) มาขยาย และยังได้แรงบันดาลใจเล็กๆมาจากนวนิยายที่ โธมัส มานน์ ( Thomas Mann (1875-1955)) นักประพันธ์ชาวเยอรมัน ได้รับรางวัลโนเบลลำดับที่ 30 สาขาวรรณกรรมประเภทนิยายในปี 1929 ) เขียนไว้จากเรื่อง The Magic Mountain (1924) ที่นำเสนอถึงการเติบโตหรือช่วงชีวิตที่สำคัญของตัวละคร

หากรุ่นปู่เป็นรากฐาน เป็นรุ่นคนสร้างโลก รุ่นลูกของเขาหรือรุ่นพ่อ จะเป็นรุ่นที่นำความรุ่งเรืองมาสู่ครอบครัว และรุ่นลูกจะเป็นรุ่นที่ผลาญทุกอย่างที่ปู่และพ่อเคยสร้างสะสมมา
จอร์จี พัลฟี ก็ได้มาเล่าถึงห้วงเวลาทั้ง 3 นั้น ด้วยความเพี้ยน พิลึกพิลั่น แปลกแยก เหนือจริง จะเรียกว่าแต่ละรุ่นนั้นล้วน "ป่วยทางจิต" ก็ไม่ผิดนัก
 




ผู้กำกับ จอร์จี พัลฟี ตั้งใจให้หนังไม่เพียงแค่ไม่ธรรมดา หาดูฉากหลุดโลกอย่างนี้ที่ไหนไม่ได้อีกแล้วแค่นั้น แต่ยังแถมเรื่องราวล้อเลียนและเสียดสีผสมไว้อีกด้วย

ในช่วงที่สองของยุคนักสวาปาม หนังเสียดสีวงการกีฬาและวงการโทรทัศน์ด้วยว่าการถ่ายทอดทางโทรทัศน์นั้น มักเห็นแต่ภาพนักกีฬาที่หุ่นสะโอดสะองได้รูป ฉะนั้นในหนังก็เลยมีแต่การแข่งขันกิน กินกิน และให้มีแต่นักแสดง นักกีฬารูปร่างคับจอกันเต็มไปหมดเสียเลย

 

 



รวมไปถึงเรื่องการเมืองด้วย กล่าวคือ ในช่วงแรกของการแข่งขันสวาปามนั้น ผู้เข้าแข่งขันจะแต่งกายด้วยชุดนักกีฬาในสไตล์ยุคปี 50 ของประเทศสหภาพโซเวียต, การแสดงของเหล่าเด็กๆก็สวมชุดในสไตล์ของชาวโซเวียต เช่นกัน และเมื่อกลับไปดูผลงานของประเทศสหภาพโซเวียตกับกีฬาโอลิมปิคแล้วจะเห็นว่า หลังสงครามโลกครั้งที่ 2 ประเทศสหภาพโซเวียตได้ส่งนักกีฬาเข้าร่วมแข่งขันกีฬาโอลิมปิคเป็นครั้งแรกในปี 1952 ( ครั้งที่ 15 )โดยครองเหรียญเยอะสุดเป็นอันดับสอง และมีฮังการีเป็นอันดับสาม ส่วนในการแข่งขันกีฬาโอลิมปิค ครั้งที่ 16 ที่ เมลเบิร์น,ออสเตรเลียนั้น มีเหตุการณ์ทางการเมืองในประเทศที่เข้าร่วมการแข่งขัน โดยได้ก่อให้เกิดการกระทบกระทั่งกันขึ้นระหว่างนักกีฬาจากโซเวียตกับฮังการีในระหว่างการแข่งขันโปโลน้ำด้วย ... ก็ดูเป็นไม้เบื่อไม้เมากันพอสมควร

และถ้าจะเอาคำเอ่ยก่อนหน้าที่ว่ายุคของลูกเป็นยุคล้างผลาญและถดถอยนั้น ก็พอจะนำมาอ้างและเห็นด้วยได้ เพราะในฉากหนึ่งของรุ่นปัจจุบัน ได้แสดงให้เราเห็นถึงความตกต่ำของจิตใจผู้คน ลูกค้าของ ลาจอส คนหนึ่ง ได้เข้ามาติดต่อขอให้เขาทำงานให้หนึ่งชิ้น ซึ่งต้องใช้คำว่า " เชื่อว่าไม่มีจะมนุษย์คนไหน " คิดจะเอาสิ่งนี้มาทำเป็นพวงกุญแจที่ระลึกแน่แน่ และแม้ ลาจอส จะลังเลในทีแรก แต่สุดท้ายชิ้นงานก็สำเร็จ



Taxidermia ไม่ได้เป็นหนังที่ดูแล้วชวนอภิรมย์เริงใจนัก เพราะภาพหลายส่วนมีความรุนแรง ดิบเถื่อน หวาดเสียว บ้างก็น่าขยะแขยง สะอิดสะเอียน แถมมาในระยะประชิดอีกด้วย แต่หากตั้งเหตุและผลของการไปชมหนังเรื่องนี้ไว้แค่ว่า เพราะแปลกและแตกต่าง แล้วล่ะก็ ท่านจะไม่ผิดหวังอย่างแน่นอน อย่างไรก็ตาม หากมองให้ลึกลงไปถึงประเด็นที่แท้จริง จะเห็นว่า ทั้ง 3 ส่วน 3 ช่วงของหนังนั้นต่างพูดถึง ความรักที่ไม่สมหวัง เหมือนกัน ต่างแค่มากันคนละวิธี ในรุ่นคุณปู่ ถวิลหาหญิงสาวจนเพี้ยนสุดขีด รุ่นคุณพ่อ แม้จะได้แต่งงานกับคนที่ตนรัก แต่สุดท้ายก็ไม่ราบรื่น และในรุ่นลูก ลาจอส ก็หาทางออกของความเดียวดายด้วยวิธีที่โลกต้องตะลึง

Taxidermia แผลงมาจากคำว่า Taxidermy ที่มีความหมายว่า การจัดการกับหนัง(สัตว์) ซึ่งก็คือ การฆ่าสัตว์แล้วชำแหละเอาหนัง, การถลกหนัง และการรักษาซากศพให้คงทน ( Stuff )

และเป็นบทที่ 3 รุ่นลูกนี่เองที่ทำหน้าที่เป็นบทสรุปของเรื่องราวและชื่อเรื่อง

 


หนังตัวอย่าง:


รางวัล: 7 wins & 2 nominations

Cottbus Film Festival of Young East European Cinema
Year Result Award Category/Recipient(s)
2006 Won Don Quixote Award György Pálfi
Nominated Grand Prize György Pálfi
 
Fantasporto
Year Result Award Category/Recipient(s)
2007 Won Audience Jury Award Feature Film
György Pálfi
 
Hungarian Film Week
Year Result Award Category/Recipient(s)
2006 Won "Gene Moskowitz" Critics Award György Pálfi
Best Supporting Actor Csaba Czene
Best Supporting Actress Adél Stanczel
Grand Prize György Pálfi
 
Sitges - Catalonian International Film Festival
Year Result Award Category/Recipient(s)
2006 Nominated Best Film György Pálfi
 
Transilvania International Film Festival
Year Result Award Category/Recipient(s)
2006 Won Best Direction György Pálfi
 

 


Plot:

Gyorgy Palfi''s grotesque tale of three generations of men, including an obese speed eater, an embalmer of gigantic cats, and a man who shoots fire out of his penis.
The focus of Taxidermia is mood, tone and visuals rather than a specific plot narrative. The summary presented here relays the events in the film, but the manner in which they are presented in the film is equally if not more important that the events themselves. This summary should not be considered an adequate substitute for the experience of actually watching the film.

Note: Hungarian names in the film and this summary are in "Eastern order" (family name first.)

Morosgoványi is a lowly soldier/orderly stationed at a remote Hungarian farmhouse in WWII. The farmhouse is occupied by Lieutenant Balatony, his obese wife, and their two teenage daughters. Morosgoványi lives in a crude shed with pigs and spends much time having sexual fantasies about the young girls, typically while spying on them, masturbating or experimenting with his remarkable ability to shoot flames out of the end of his penis.


 

 

 

 


เข้าชม : 20394    [ ขึ้นบน ]
ภาพยนตร์เรื่องนี้อยู่ในประเภท: ArtAndErotic: originRussianEasternEuropean: SubtitleThai: SubtitleEnglish: curious: recommend



หนังสยิ้วกิ้วเรื่องอื่นๆที่น่าสนใจ..ลองเข้าไปดูซิครับ